ฉบับตุลาคม - พฤศจิกายน 2010  

s

 

ปี 2010 นี้ ดิฉันมีความปรารถนาจะนำผู้อ่านเข้าถึงความพิเศษของการนมัสการมากขึ้น
ตลอดสามปีของบทความได้วางพื้นฐานเรื่องความหมายของแต่ละสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลา
การนมัสการ คือ การขอบพระคุณ การสรรเสริญ และการนมัสการไว้เป็นภาพใหญ่แล้ว
บทความของเดือนธันวาคม
2009 เดือนพฤศจิกายน 2010 มุ่งไปที่มุมมองการนมัสการ
ในสายพระเนตรของพระเจ้ากัน เพื่อว่าเราทั้งหลายจะมีความเข้าใจการนมัสการไม่
เพียงตามประเพณีถือปฏิบัติ วัฒนธรรม รูปแบบสมัยนิยมเท่านั้น แต่สามารถจับความ
หมายพิเศษของการนมัสการในมุมมองของพระเจ้ากับมนุษย์จากนี้ไป



Section 6
พระเจ้าทรงเสาะหา
เขียนโดย บงกช ฮัดซัน

พระเจ้าทรงเป็นความรัก เป็นประโยคที่อธิบายให้เราเข้าใจได้ว่าพระองค์ทรงเป็นอย่างไร
ผู้ที่นมัสการพระเจ้าจะระลึกเสมอว่าพระเจ้าผู้ที่เรานมัสการนั้นเป็นความรัก ไม่มีใครมี
ความรักเทียบเท่ากับพระองค์ ไม่มีใครเข้าใจเรื่องความรักเท่ากับพระองค์ ไม่มีใคร
แสดงออกถึงความรักได้ดีกว่าพระองค์



พระเจ้าทรงเสาะหาจิตวิญญาณที่รักพระองค์ และความรักนี้เองที่ผูกพันจนทำให้มีการ
นมัสการเกิดขึ้นจากภายในผู้นั้น บัญญัติที่ใหญ่ที่สุดเรารู้จักมักคุ้นกันดีย้ำเตือนให้ผู้
นมัสการพระเจ้ามีความรักต่อพระเจ้าอย่างแท้จริงๆ    จงรักพระเจ้าด้วยสิ้นสุดจิตสุดใจ
สุดกำลังสุดความคิดคือทั้งร่างกาย จิตใจ วิญญาณของคนคนหนึ่งมีความรักต่อพระเจ้า
อย่างแท้จริง พระเจ้าทรงเป็นความรักและทรงเสาะหาผู้ที่รักพระองค์



หลายคนอาจมองว่าพระเจ้าจะทรงพิพากษาโลกอย่างแน่นอน คำว่า “วันขององค์พระ
ผู้เป็นเจ้า” ใครได้ยินก็ต้องกลัว แต่จะมีสักกี่คนที่รู้และเข้าใจว่าพระเจ้าทรงเสาะหาคน
ที่มีความรักอย่างแท้จริงต่อพระองค์ นี่มิใช่มีความหมายสำหรับผู้ที่เชื่อในพระเยซู
เท่านั้น แต่มีความหมายสำหรับมนุษย์ทุกคน ถ้าเราจำเรื่องราวที่บ่อน้ำนั้นเมื่อพระเยซู
ทรงสนทนากับหญิงชาวสะมาเรีย พระองค์กล่าวถึงความไม่รู้จักพระเจ้าที่ชาวสะมาเรีย
นมัสการ มีหลายคนบนโลกนี้ที่ยังไม่รู้จักพระเจ้าด้วยเช่นกัน มากกว่าเรื่องของ
ความเชื่อก็คือความรู้จักมีความสัมพันธ์กับพระองค์



ดังนั้น การนมัสการจะออกมาจากจิตวิญญาณของเราอย่างแท้จริงได้นั้น เราจะต้อง
กลับไปยังที่ที่หนึ่งก่อน นั่นคือ ความรักความสัมพันธ์ที่มีกับพระเจ้า มันเป็นสิ่งที่
พระเจ้าทรงเสาะหาที่จะพบในผู้ที่นมัสการ ไม่ใช่รูปแบบของการนมัสการ ดังที่
พระองค์ตรัสว่าการถวายเครื่องเผาบูชาก็มิได้ทำให้เกิดความสำนึกผิดบาปใดใด
แต่กลับยิ่งห่างไกลจากพระองค์ไปทุกที พระโลหิตของพระคริสต์สร้างจุดเริ่มต้น
ของการคืนดีระหว่างมนุษย์กับพระเจ้าเพื่อจะมีความสัมพันธ์ต่อกันและกันอีกครั้ง
และที่นั่นเอง การนมัสการพระเจ้าจากภายในจิตวิญญาณเกิดเนื่องจากความรัก
ที่พระเจ้าทรงมีต่อมนุษย์ทุกคนและความรักที่มนุษย์มีตอบต่อพระองค์



อาเมน



 

 

 

รักทำให้เกิดการนมัสการ

การนมัสการมีอยู่ทั่วทุกที่ ไม่ว่าจะมองดูไปรอบข้างหรือฟังจากเพื่อนชาวต่างถิ่นหรือ
อ่านหนังสือที่นำเสนอวิถีชีวิตของคนในวัฒนธรรมต่างๆ อดีตมีการนมัสการอย่างไร
ปัจจุบันก็ยังได้รับการถ่ายทอดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษ คนสมัยใหม่อย่าง
ยุคไฮเทคนี้อาจมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิมอันมีผลต่อความเชื่อและการแสดงออก
การนมัสการ



ไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบัน มีคนที่คลั่งไคล้ดาราจนถึงขั้นนมัสการดาราที่ตนชื่นชมหลงใหล
มีคนที่รักเงินจนมอบชีวิตทำทุกอย่างเพื่อจะได้เงินมา มีคนที่รักครอบครัวมากจนสามารถ
ปฏิเสธความจริงของพระผู้ช่วยให้รอด ที่กล่าวมานี้มีความเกี่ยวข้องกับการนมัสการหรือ
ไม่ อย่างไร แน่นอนทีเดียวว่า มีการนมัสการที่กำลังเกิดขึ้นในหลายรูปแบบที่อาจไม่มีการ
แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดเช่นการโค้งตัว การกราบลงที่พื้น แต่ภายในมีการนมัสการเกิด
ขึ้นอยู่อย่างเข้มข้นทีเดียว



มีคนกลุ่มหนึ่งพูดว่าเงินคือพระเจ้าเพราะอะไร พวกเขาให้ความสำคัญกับเงินมากกว่าสิ่งใด
ไม่ว่าตนจะต้องสวมความชอบธรรมหรือความอธรรมก็ตาม พวกเขารักเงินมากและสามารถ
ปฏิเสธพระเจ้า และมีการเปรียบว่าพวกเขาให้เงินเป็นรูปเคารพสำหรับพวกเขาเอง ตัวอย่างนี้
อาจใช้ได้กับเรื่องอื่นๆ ด้วยหากว่าเรารักสิ่งอื่นใดมากจนสามารถปฏิเสธพระเจ้าได้ เราเลือก
ที่จะรักสิ่งสิ่งหนึ่งมากกว่ารักพระเจ้า และรักถ้อยคำของพระองค์ หากเรากำลังทำเช่นนั้นเรา
ต้องกลับใจใหม่เพราะว่าการนมัสการของเรานั้นไม่ได้มาจากจิตวิญญาณและความจริงเสียแล้ว




บงกช ฮัดซัน

 

 

 

 

 

คำถาม “จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเรามีการนมัสการที่ถูกต้องแล้ว?


คำตอบ
เหตุการณ์หลายๆ เหตุการณ์ในพระคัมภีร์เดิมถูกบันทึกไว้ทำให้เราเข้าใจแก่นของการ
นมัสการ และในพระคัมภีร์ใหม่ก็ชี้ชัดเจนมากขึ้นว่า พระเจ้ามิได้ทรงทอดพระเนตรการ
นมัสการของเราจากสิ่งของถวายหรือทำพิธีกรรมหรือทางกายภาค แต่ว่าทรงปรารถนา
ให้ผู้นมัสการทำออกมาจากใจจริงคือที่จะให้พระองค์อยู่เหนือทุกสิ่งในชีวิตของผู้นั้น


มันเป็นเรื่องที่ท้าทายเราตลอดทุกช่วงวัยของอายุ เพราะการทดลองก็มีตลอดเวลา
การนมัสการไม่ใช่แค่เรื่องของวัน เวลา เพลงที่ถูกกำหนดไว้เพื่อเรา แต่เป็นการดำเนิน
อยู่ในความรักพระเจ้าอย่างมั่นคง และมีการแสดงออกถึงบุคลิกลักษณะอย่างคนที่
นมัสการพระองค์  

ดังนั้นเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีการนมัสการที่ถูกต้องแล้วนั้นก็อยู่ตรงที่ว่าเราให้พระเจ้า
เป็นใหญ่ที่สุดสำคัญที่สุดในชีวิตของเรา ซึ่งสิ่งนี้จะนำเราไปถึงการนมัสการด้วยรักที่สุด
จิตสุดใจสุดกำลังสุดความคิดได้จริงๆ



บงกช ฮัดซัน



Previous Articles :

2010 สิงหาคม - กันยายน
2010 มิถุนายน-กรกฎาคม
2010 เมษายน-พฤษภาคม
2010 กุมภาพันธ์ - มีนาคม
2009 ธันวาคม - 2010 มกราคม
2009 ตุลาคม - พฤศจิกายน
2009 สิงหาคม - กันยายน
2009 มิถุนายน - กรกฎาคม
2009 เมษายน - พฤษภาคม
2009 กุมภาพันธ์ - มีนาคม
2008 ธันวาคม - 2009 มกราคม
2008 ตุลาคม - พฤศจิกายน

2008 สิงหาคม - กันยายน

2008 มิถุนายน - กรกฎาคม



 

 

 

 

 
i
นมัสการ
เพลง
แบ่งปัน

 

Albums

ไหลลงมา (2001)

ข้าจะรักและบูชา (2004)

เหนือโลกา (2006)

Leadsheets