ฉบับ ตุลาคม - พฤศจิกายน 2009  

s

 

การนมัสการกับดนตรี
เขียนโดย บงกช ฮัดซัน

หลายแห่งมีความตื่นตัวที่จะมุ่งสู่ความดีเลิศในด้านดนตรีเพื่อการสรรเสริญนมัสการ
หลายแห่งมีความพอใจกับความเป็นกันเองไม่มุ่งเน้นทางดนตรีมากนัก   ทั้งสองขั้วนี้
ต่างก็ควรเข้าใจความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้เพื่อว่าสิ่งที่กำลังยึดถืออยู่นั้นจะนำความ
ชื่นชมยินดีอันแท้จริงกลับมา


เราต่างเข้าใจแล้วว่าการนมัสการนั้นต้องการจิตวิญญาณและความจริงจากผู้ที่นมัสการ
ด้วยความจริงที่พระเยซูคริสต์เปิดเผยว่า พระบิดาทรงเป็นพระวิญญาณ และผู้นมัสการ
ต้องนมัสการพระองค์ด้วยจิตวิญญาณ  ถ้าเช่นนั้น ดนตรีมีส่วนสำคัญในการนมัสการ
ได้อย่างไร


การใช้เครื่องดนตรีเพื่อการสรรเสริญพระเจ้านั้นปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ โดยที่ภาษา
ฮีบรูนั้นมีคำศัพท์เฉพาะเพื่อการถวายสรรเสริญด้วยการใช้นิ้วสัมผัสลงที่สายของเครื่อง
สายไว้ว่า “Zamar” และยังรวมถึงการร้องมีเสียงออกมาพร้อมกับการเล่นเครื่องสายนั้น
ด้วย ในพระคัมภีร์ภาษาไทยอาจยังมีรายละเอียดไม่ทั้งหมด แต่จากการศึกษาสามารถ
ให้ตัวอย่างเพื่อความเข้าใจดังนี้   


“ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้าขอทรงรับการเชิดชู ในพระเดชานุภาพของพระองค์
ข้าพระองค์ทั้งหลายจะร้องเพลงสรรเสริญ(Zamar)ฤทธานุภาพของพระองค์” สดด. 21:13

“Be exalted, O Lord, in your strength; we will sing and praise(Zamar) your might.”  Psalm 21:13

“ข้าแต่พระเจ้า จิตใจของข้าพระองค์แน่วแน่
ข้าพระองค์จะขับร้องและบรรเลงดนตรี(Zamar)ด้วยสุดจิตสุดใจ” สดด. 108:1

“My heart is steadfast, O God; I will sing and make music (Zamar) with all my soul.”  Psalm 108:1

(พระคัมภีร์ไทยฉบับอมตธรรมร่วมสมัย
New International Version)



ด้วยคำสอนเกี่ยวกับการใช้ตะลันต์และการใช้ของประทานดั่งอวัยวะส่วนต่างๆ นั้นเอง
คริสตจักรจึงมีส่วนในการให้การสนับสนุนกับผู้ที่มีความเข้าใจและความสามารถใน
ด้านการดนตรีกล่าวคือ เพื่อจะให้เขาได้ใช้ความสามารถในการเล่นเครื่องดนตรีถวาย
สรรเสริญแด่พระเจ้าและเพื่อรับใช้ชุมชน 


เหตุนี้เอง ความตื่นตัวเพื่อมุ่งสู่ความดีเลิศหรือความพึงพอใจกับความเป็นกันเองจึงมี
เป้าหมายเดียวไปที่การสนับสนุนให้ผู้มีความเข้าใจและความสามารถในด้านดนตรีได้
ร่วมกันถวายสรรเสริญแด่พระเจ้าตามธรรมชาติที่พระเจ้าทรงสร้างเขาไว้ และเป็นเหตุ
ที่พวกเขานำให้ผู้อื่นได้ร่วมสรรเสริญพระเจ้าด้วยเช่นกัน

 

 

 

มาตราฐานเดียวกัน

คริสตจักร(ผู้เชื่อในพระคริสต์)ถูกเปรียบว่าเป็นพระกายของพระคริสต์ ผู้เชื่อทุกคนถูก
เปรียบว่าเป็นอวัยวะส่วนต่างๆ ความหมายก็คือเราต่างต้องการซึ่งกันและกัน เราคงไม่
สามารถอยู่ร่วมกันอย่างรังเกียจเดียดฉันท์ หรือพูดว่าฉันไม่ต้องการเธอ ฉันไม่มีเธอฉัน
ก็ไม่ตายอะไรประมาณนี้


อีกสิ่งหนึ่งที่เราควรมองเห็นในภาพของการเป็นคริสตจักรก็คือ เรามีของประทานต่างๆ
กันเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันไปถึงความไพบูลย์ของพระคริสต์  เรามิได้มีของประทาน
เพื่อแบ่งชั้นวรรณะ มิได้รับของประทานเพื่อตัวเอง มิได้ใช้ของประทานเพื่อประโยชน์
ของตน ตรงกันข้ามเราได้รับของประทานเพื่อที่จะรับใช้ซึ่งกันและกัน และเพื่อพระเกียรติ
จะเป็นของพระคริสต์


นี่เป็นที่มาของการวางมาตราฐานบุคลิกสำหรับผู้ใช้ของประทานอันหลากหลาย ซึ่งมา
จากพระวิญญาณองค์เดียวกัน   บางคนมีของประทานในการรักษาโรค มาตราฐานชีวิต
ของเขาคือที่ไหน บางคนมีของประทานในด้านการนมัสการ มาตราฐานชีวิตของเขาคือ
ที่ไหน บางคนมีของประทานในการบริการ มาตราฐานชีวิตของเขาอยู่ที่ไหน


บทบัญญัติเดียวที่พระเยซูคริสต์ได้มอบไว้ให้กับผู้เชื่อทุกคนคือ “จงรักพระเจ้าด้วยสุดจิต
สุดใจ สุดกำลัง และสุดความคิด”  และ “จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง”  นี่คือมาตราฐาน
สำหรับผู้เชื่อทุกคนที่กำลังเคลื่อนไปดั่งเป็นอวัยวะส่วนต่างๆ ในพระกายของพระคริสต์
และผู้เชื่อทุกคนที่กำลังใช้ของประทานตามที่พระเจ้าประทานให้ตามน้ำพระทัยของ
พระองค์


ดังนั้น ใครที่จะโอ้อวดก็ให้อวดพระคริสต์เถิด ผู้ที่จะได้ชีวิต(นิรันดร์)คือผู้ที่ยอมเสีย
ชีวิต(เนื้อหนัง)  ผู้ที่จะได้รับบำเหน็จคือผู้ที่ทำงาน นี่เป็นส่วนที่เราแสดงความรักต่อ
พระเจ้า และส่วนที่เราแสดงความรักต่อเพื่อนบ้านนั้นมีมากมายที่เราจะสร้างสรรค์
ขึ้นในชีวิตประจำวันด้วยเช่นกัน เพราะเรามีมาตราฐานเดียวกันสำหรับการดำเนิน
ชีวิตไม่ว่าเราจะเป็นอวัยวะส่วนใดหรือมีของประทานอะไรก็ตาม   

บงกช ฮัดซัน

 

 

 

 

 

คำถาม หากผู้นำนมัสการมีความบาปในชีวิตด้านการล่วงประเวณี เขาจะยังสามารถ
เป็นผู้นำนมัสการได้หรือไม่?


คำตอบ
ความบาปในด้านการล่วงประเวณีนี้ไม่ว่าผู้เชื่อท่านใดก็ตามที่มีความอ่อนแอในด้านนี้
เรายังมีความเชื่อว่าเขายังมีหนทางที่จะกลับมาดำเนินชีวิตอยู่จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า
ได้อีกแน่นอน เพราะจากตัวอย่างชีวิตของกษัตริย์ดาวิดทำให้เราทราบว่าพระเจ้ามิได้
ทรงนิ่งนอนใจเมื่อเราทำบาป แต่ปรารถนาให้เรากลับมาเป็นที่ชอบพระทัยของพระองค์


ผู้ที่มีความอ่อนแอด้านนี้จักต้องยอมรับว่าตนทำผิดต่อพระเจ้าจริง และการกลับใจใหม่
เป็นหนทางที่จะนำไปสู่การเดินในความถูกต้อง ความบริสุทธิ์ ความชอบธรรมได้ต่อไป
แต่มิได้หมายความว่าผลแห่งความบาปที่กระทำผิดพลาดไปแล้วนั้นจะอันตรธานหาย
ไป อาจต้องใช้เวลาเพื่อการเยียวยาใจ การเรียกความไว้วางใจกลับคืนมา และอื่นๆ อีก
ที่เป็นผลสืบเนื่องตามมา ทั้งนี้ การมีที่ปรึกษาเพื่อการนี้เป็นพิเศษเฉพาะเจาะจงจะช่วย
ได้มาก

  
หากเลือกใช้การสารภาพบาปกับคนหนึ่งคนหรือกลุ่มคนที่เราเชื่อใจ ขอให้คนนั้นหรือ
กลุ่มนั้นตอบสนองวิธีการนี้ตามหลักการของพระเจ้าด้วย คือ “ถ้าเราสารภาพบาปของ
เรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรมจะทรงอภัยบาปของเราและชำระเราให้พ้นจาก
ความอธรรมทั้งสิ้น” 1 ยอห์น 1:9 ซึ่งเป็นความท้าทายสำหรับทั้งสองฝ่าย แต่ “การอภัย”
ถือเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าและพระบิดาทรงเป็นแบบอย่างสำหรับเราในเรื่องนี้เสมอมา


สำหรับการเป็นผู้นำต่อไปได้หรือไม่นั้น ขอให้เป็นการตัดสินใจของศิษยาภิบาลด้วยการ
อธิษฐานและขอสติปัญญาที่พระเจ้าจะโปรดประทานให้แล้วแต่กรณี   ควรตั้งอารมณ์เป็น
กลางและแสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้าเป็นสำคัญโดยไม่ลืมว่าการกลับใจทำให้เราเป็น
คนใหม่กันได้ทุกคน เพราะแม้ว่าแกะเพียงหนึ่งตัวกลับมา...ในแผ่นดินสวรรค์ก็มีความ
ชื่นชมยินดีอย่างมากมาย อีกทั้งภาพของบิดาผู้อ้าแขนรับลูกกลับบ้านแต่ไกลนั้น...
ก็มีความหมายต่อทุกคน

บงกช ฮัดซัน



Previous Articles :

2009 สิงหาคม - กันยายน
2009 มิถุนายน - กรกฎาคม
2009 เมษายน - พฤษภาคม
2009 กุมภาพันธ์ - มีนาคม
2008 ธันวาคม - 2009 มกราคม
2008 ตุลาคม - พฤศจิกายน

2008 สิงหาคม - กันยายน

2008 มิถุนายน - กรกฎาคม



 

 

 

 

 
i
นมัสการ
เพลง
แบ่งปัน

 

Albums

ไหลลงมา (2001)

ข้าจะรักและบูชา (2004)

เหนือโลกา (2006)

Leadsheets