ฉบับ ตุลาคม-พฤศจิกายน 2008  

s

การนมัสการกับความเชื่อฟัง
เขียนโดย บงกช ฮัดซัน


เราทุกคนเคยเป็นเด็กแม้ว่ายังไม่ได้เป็นพ่อแม่ คงจำได้ว่าวันที่เราไม่ได้ทำตามที่พ่อแม่
สอนสั่งเราก็จะถูกทำโทษอย่างไร    แต่เมื่อเราเป็นพ่อแม่เมื่อไร เราจะเข้าใจว่าเราต้องการ
ให้ลูกเชื่อฟังคำสั่งสอนของเราเพียงไร

หนึ่งในสามพระภาคของพระเจ้าที่เรารู้จักคือพระบิดา พระเจ้าพระบิดาต้องการการนมัส-
การหรือความเชื่อฟังจากเรา สิ่งนี้เป็นเรื่องที่มากกว่าเรื่องของวันอาทิตย์หรือวันใดใดที่
ตั้งไว้เพื่อมาร่วมกันสามัคคีธรรม อธิษฐาน สรรเสริญนมัสการพระองค์ เพราะเป็นชีวิต
ประจำวันที่เราดำเนินไปตามสถานะภาพ ตาววัย ตามตำแหน่งหน้าที่ ตามฤดูกาลของ
ชีวิตของแต่ละคน

ด้วยเหตุนี้เอง  เราจึงต้องเข้าใจว่าไม่ใช่เพียงการมานมัสการพระเจ้าเป็นสิ่งที่ทำให้พระเจ้า
ทรงพอพระทัย เพราะเมื่อเราเข้าใจเช่นนี้แล้วจะทำให้เราตระหนักว่าการนมัสการไม่ใช่สิ่งที่
เราจะตั้งไว้สูงสุดในชีวิตของการเป็นคริสเตียน แต่กลับเป็นความสัมพันธ์ที่เรามีกับพระองค์
นั้นต่างหากที่เราต้องดูแลให้ดีที่สุดในชีวิตของเรา  มีเรื่องราวที่ถูกบันทึกไว้หลายตอนใน
พระคัมภีร์ที่สามารถสอนเราในเรื่องนี้ และพระเยซูเองก็เป็นแบบอย่างแก่เราในเรื่องนี้แล้ว
เช่นกัน


มีกษัตริย์องค์แรกของอิสราเอลนามซาอูล เป็นบุคคลที่พระเจ้าเลือกและเจิมตั้งให้เป็น
กษัตริย์ของชาวอิสราเอลตามคำเรียกร้องของชาวอิสราเอลเอง พวกเขาต้องการ
กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่จะปกครองดูแลพวกเขาเหมือนอย่างที่ประเทศอื่นๆ มี โดยไม่ได้คำนึง
ว่าพวกเขาได้รับการปกครองดูแลมาอย่างดีโดยพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ตลอดเวลา
ที่ผ่านมา  และทำให้ซามูเอล ผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าเศร้าเสียใจอย่างมาก

กษัตริย์ซาอูล ชาวอิสราเอลคนเผ่าเบนยามินอันเป็นเผ่าที่เล็กที่สุดที่พระเจ้ายกขึ้นเป็น
กษัตริย์มิได้เรียนรู้การดำเนินชีวิตที่เชื่อฟังพระเจ้า ซึ่งไม่ต่างกับชาวอิสราเอลที่ตลอด
ประวัติศาสตร์แล้วก็ประพฤติเช่นเดียวกันนี้    ซาอูลนี้ไม่เชื่อฟังพระเจ้าอย่างไร เรื่องมี
อยู่ว่าพระเจ้าบอกให้ทำสิ่งหนึ่ง แต่เขากระทำอีกสิ่งหนึ่งที่คิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง กล่าว
คือเมื่อออกรบพระเจ้าสั่งให้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง เนื่องจากศัตรูนี้ได้เคยขัดขวาง
พระเจ้าครั้งในประวัติศาสตร์ก่อนนั้น  แต่ซาอูลไม่ได้มีใจร่วมกับพระเจ้าพระเยโฮวาห์
ในเรื่องนี้ เพราะเขายังนำกษัตริย์ของศัตรูและสัตว์ทั้งหลายที่อ้วนพี ของมีค่ากลับมา
จากการรบ

กฏการนมัสการตั้งไว้ว่าเครื่องสักการะนั้นจำต้องเป็นสิ่งดีสมบูรณ์ ไม่มีตำหนิ กลายเป็น
ข้ออ้างสำหรับซาอูล ที่จะทำสิ่งที่ถูกต้องแต่พลาดออกจากถนนแห่งความเชื่อฟัง   ใน
ชีวิตของเรามีหลายครั้งที่เราอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์อย่างเดียวกับซาอูลก็เป็นได้   
คือตามหลักการแล้วเราทำถูกต้องแต่เราลืมการดำเนินชีวิตในความเชื่อฟัง

ความโศกเศร้าของพระเจ้ามีอยู่ในข้อพระคำนี้ (ซึ่งกล่าวโดยผู้เผยพระวจนะซามูเอล)
“องค์พระผู้เป็นเจ้า พอพระทัยในเครื่องเผาบูชาและเครื่องสัตวบูชามากยิ่งกว่าการ
เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์หรือ ดูเถิดที่จะเชื่อฟังก็ดีกว่าเครื่องสัตวบูชา และซึ่ง
จะฟังก็ดีกว่าไขมันของบรรดาแกะผู้”  1 ซามูเอล 15:22  


มีอะไรไหมในชีวิตของเราที่เรายังไม่ได้แสดงถึงความเชื่อฟังคำของพระองค์ อาจจะ
เป็นเพราะว่าเรายังไม่ได้ตั้งใจของเราฟังคำของพระองค์   ยี่สิบสี่ชั่วโมงที่เรามีใน
หนึ่งวันเราได้มีเวลานั่งลงให้ใจสงบฟังคำของพระองค์ที่เสี้ยวนาทีใดบ้าง  เราอาจ
ตัดสินใจทำสิ่งที่ถูกต้องตามประเพณีวัฒนธรรมแต่กลับนำเราออกจากเส้นทาง
แห่งความเชื่อฟังไป ขอให้เรื่องราวที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์เรื่องนี้เตือนใจ
เราเสมอว่าเราจะทำให้พระเจ้าพอพระทัยได้อย่างไรบ้าง


เราอาจจะร้องเพลงสรรเสริญนมัสการได้อย่างเยี่ยมยอด เล่นเครื่องดนตรีได้อย่าง
แคล่วคล่อง มีระบบการทำงานต่างๆ ที่เกิดผล ไม่เคยขาดการประชุมเลยแม้แต่ครั้ง
เดียว แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงสิ่งที่มองเห็นภายนอกที่อาจลวงใจให้เราเห็นว่าเรา
กำลังทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ขอพระวิญญาณตรวจค้นใจที่เชื่อฟังของเราและแจ้ง
ให้เราเห็นในแต่ละวันสิว่ามีสิ่งใดที่เราหลงผิดคิดไปว่าเชื่อฟังคำของพระเจ้า

ดังนั้น ขอให้เรามีชีวิตที่เชื่อฟังพระเจ้าเสมอ ซึ่งเราจำเป็นต้องอ่านพระคัมภีร์เสมอ
ศึกษาพระวจนะของพระเจ้าเพื่อจะรู้ใจของพระเจ้า และอธิษฐานขอให้พระวิญญาณ
บริสุทธิ์สอนสิ่งล้ำลึกให้กับวิญญาณของเรา ใคร่ครวญคำของพระองค์เสมอ เพื่อ
เราจะเดินเข้าสู่เส้นทางแห่งการเชื่อฟังได้

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพร

 

 



พลังของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน



สามัคคีคือพลัง เป็นสำนวนไทยที่เตือนให้คนไทยรู้ว่าหากขาดความสามัคคี บ้านเมือง
ก็อาจตกอยู่ในวิกฤตได้ และทุกวันนี้ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในสังคมก็เริ่มจางหาย
ไปกับการแบ่งแยกเพราะความคิดเห็นที่ไม่ลงรอยกัน    เรื่องดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นใน
ทุกที่ที่มีมนุษย์มากกว่าหนึ่งคนมาอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะในครอบครัว คริสตจักร โรงเรียน
ที่ทำงาน จึงอยากจะหนุนใจให้เราต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ซึ่ง
ก็ไม่ใช่จะต้องไปต่อสู้กับใครที่ไหน ตัวเราเองนี่แหละที่เราต้องต่อสู้กับฝ่ายเนื้อหนังของ
เราเอง   ครั้งนี้จะหนุนใจโดยใช้บทเพลงของดาวิดที่เขียนไว้เมื่อหลายๆ พันปีมาแล้วมา
เพื่อจรรโลงใจกันและกันว่า คุณค่าแห่งความงดงามของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
อย่างที่ดาวิดมองเห็นนั้นเป็นอย่างไร และเราก็อยากจะได้เห็นอย่างนั้นในช่วงชีวิตของ
เราเหมือนกัน

สดุดี 133:1-3
“เป็นการดีและน่าชื่นใจยิ่งนัก เมื่อพี่น้องอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
เหมือนน้ำมันล้ำค่าหลั่งรินลงบนศีรษะ ไหลลงมาบนหนวดเครา
ไหลลงมาบนหนวดเคราของอาโรน ไหลลงบนคอเสื้อของเขา
ดั่งน้ำค้างแห่งภูเขาเฮอร์โมน ตกลงบนภูเขาศิโยน
เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าประทานพระพรที่นั่น ประทานแม้แต่ชีวิตชั่วนิจนิรันดร์”

พระคำตอนนี้เป็นเพลงแห่เพลงหนึ่งในบรรดาเพลงแห่ทั้งหลายที่ใช้แห่ขึ้นไปยัง
เยรูซาเล็มในเทศกาลสำคัญ ชาวอิสราเอลจะเดินทางไปรวมตัวกันนมัสการพระเจ้า
ที่เมืองเยรูซาเล็มอันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางความเชื่อของคนในสมัยนั้น เพลงบท 
นี้ประพันธ์โดยดาวิด ท่านบรรจุความชื่นชมยินดีของท่านไว้ในบทเพลงนี้เนื่องด้วย
ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชาวอิสราเอล

แท้จริงแล้ว ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวสามารถรวมใจของคนไปในทิศทางที่ดีหรือไม่ดี
ก็ได้ยกตัวอย่างเช่นกลุ่มคนที่อยากจะปล้นเงินในธนาคารก็รวมใจกันคิดแผนการ
อันชั่วร้ายที่จะทำให้การปล้นสำเร็จโดยไม่ให้ถูกจับตัวได้   หรือเด็กๆ ที่นึกสนุกเมื่อ
เห็นจิ้งจกเกาะอยู่ที่กำแพง ก็รวมใจกันวิ่งกรูกันไปตีกำแพงให้เสียงดังๆ เพื่อว่าจิ้งจก
จะได้ตกใจรีบหนีไปอย่างนี้เป็นต้น แต่ว่าีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวเช่นไรกันนะที่ดาวิด
ชื่นชมและเขียนไว้ในบทเพลงแห่เพลงนี้

เราลองนึกภาพว่า ขณะที่ผู้คนกำลังเดินทางไปก็จะมีการแห่ มีดนตรีตลอดทางที่ไป
เมืองเยรูซาเล็ม เป็นภาพที่แสดงถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพี่น้องชาวอิสราเอล
ที่ร่วมกันไปนมัสการพระเจ้าด้วยกัน คล้ายๆ ขบวนแห่ของเจ้าบ่าวที่กำลังเดินทางไปที่
บ้านเพื่อพบกับเจ้าสาวในวัฒนธรรมบ้านเรานี้ บรรยากาศก็น่ายินดีและชื่นใจเหมือนๆ
กัน การประพันธ์ของดาวิดได้เขียนถึงภาพสองภาพลงไว้ในบทเพลงเพื่อบรรยายให้เห็น
ความงดงามของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้อย่างลึกซึ้งและสวยงามเลยทีเดียว

ภาพที่หนึ่ง
เหมือนน้ำมันล้ำค่าหลั่งรินลงบนศีรษะ ไหลลงมาบนหนวดเครา
ไหลลงมาบนหนวดเคราของอาโรน ไหลลงบนคอเสื้อของเขา


น้ำมันเจิมนี้จะปรุงขึ้นพิเศษเพื่องานของพระเจ้าเท่านั้น เป็นน้ำมันที่แสดงถึงการแต่งตั้ง
ไว้เพื่อรับใช้พระเจ้า อาโรนคือปุโรหิตคนแรกที่พระเจ้าเจิมตั้งไว้โดยให้โมเสสเทน้ำมัน
ลงบนศีรษะเพื่อชำระให้บริสุทธิ์

เสื้อผ้าของปุโรหิตนั้นก็ถูกทำขึ้นเป็นพิเศษเช่นกัน มีความหมายในทุกชิ้นส่วนที่ประกอบ
กันขึ้น และทำขึ้นเพื่อสวมในเวลาที่รับใช้พระเจ้า ซึ่งน้ำมันล้ำค่านี้ก็ได้ไหลลงเพื่อชำระ
ให้บริสุทธิ์เช่นกัน

ความงามของความบริสุทธิ์นั้นเป็นภาพที่ดาวิดมองเห็นในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
ซึ่งจรรโลงจิตใจความรู้สึกของเราอย่างถ่องแท้ ขอให้เราได้มองเห็นความงามของความ
บริสุทธิ์ที่มีอยู่ในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเช่นนั้นในหัวใจของเราเสมอ เพื่อว่าเราจะมี
ความปรารถนาอยากได้ความงามเช่นนี้ในท่ามกลางพวกเราด้วยเช่นกัน

ภาพที่สอง

ดั่งน้ำค้างแห่งภูเขาเฮอร์โมน ตกลงบนภูเขาศิโยน
เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าประทานพระพรที่นั่น
ประทานแม้แต่ชีวิตชั่วนิจนิรันดร์


น้ำค้างมีความสำคัญและมีคุณค่ามากสำหรับภูมิประเทศตะวันออกแห่งประวัติศาสตร์ใน
พระคัมภีร์ เพราะน้ำค้างนี้ให้ความชุ่มชื้นให้อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเกิดของพืชและ
สิ่งมีชีวิต    มีการเขียนในพระคัมภีร์ที่ใช้น้ำค้างเป็นภาพแสดงถึงการอวยพร ใช้เป็น
สัญลักษณ์ของการคืนสภาพสู่ความสดชื่น, ฟื้นขึ้นใหม่, หรือความอุดม 

ภูเขาเฮอร์โมนเป็นภูเขาในประวัติศาสตร์แห่งชัยชนะจากพระเจ้าตั้งแต่ในสมัยของ
โยชูวาและโมเสส เป็นภูเขาที่สูงมากส่งผลให้ภูเขาศิโยนมีน้ำค้าง ซึ่งถือเป็นพร เพราะว่า
ตามลักษณะภูมิประเทศแล้วภูเขาศิโยนแห่งเมืองเยรูซาเล็มนั้นไม่ค่อยมีน้ำใช้อย่างเพียง
พอตลอดปี แต่อย่างไรก็ตาม กวีและผู้เผยพยากรณ์มักกล่าวถึงศิโยนว่ามีแม่น้ำซึ่งไหล
ไปที่ใดก็ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นที่นั่น ประกาศว่าธรรมชาติไม่ได้อยู่เหนือพระเจ้านั่นเอง
นอกจากนั้น ในพระคัมภีร์ยังมีการบรรยายฟ้าใหม่เมืองใหม่หรือเมืองเยรูซาเล็มใหม่ไว้ว่า
อยู่บนที่สูงและมีแม่น้ำอยู่ภายใน ซึ่งเป็นที่มีชีวิตนิรันดร์


บทเพลงของดาวิดได้ให้ภาพที่สวยงามของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างน่าอัศจรรย์
ใจ ถ้ากล่าวถึงความพอพระทัยของพระเจ้าในเรื่องนี้ก็ไม่มีข้อสงสัยเลยเพราะสามพระภาค
ของพระองค์นั้นมีความเป็นอันหนึ่งเดียว พระองค์ทรงสถานปนาสามีและภรรยาให้เป็นหนึ่ง
เดียวด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะคริสตจักรของพระเยซูคริสต์ที่ถือเป็นกายเดียวกันในพระองค์

พระคำของพระเจ้ากล่าวว่าพลังการอธิษฐานของสามีและภรรยาที่มีใจเป็นหนึ่งเดียวกันก็
ไม่มีอะไรที่จะขัดขวางได้ จึงขอหนุนใจให้เราร่วมกันสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันใน
บ้านของเรา หากยังมองไม่เห็นทิศทางใดที่จะให้ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเกิดขึ้นระหว่าง
คนสองคนหรือในครอบครัว ก็ไม่ยากเลย การร่วมใจกันอธิษฐานและสรรเสริญนมัสการ
พระเจ้านั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในครอบครัวที่จะร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว


หากเราทำงานพันธกิจรับใช้ที่มีคนมาร่วมกันหลายคน เป้าหมายของพันธกิจก็เป็นสิ่งที่ดี
ที่จะรวมใจของคนที่มาร่วมงานได้ แต่คงไม่มีใครยกมือไม่เห็นด้วยว่าการมาร่วมกันอธิษฐาน
และสรรเสริญนมัสการพระเจ้าก็เกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่าง
เป็นนิรันดร์    และยิ่งกว่านั้นแล้ว การร่วมกันรับใช้พระเจ้าอย่างมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
ของคริสตจักรอันเป็นพระกายของพระคริสต์นั้นก็เป็นพระพรอย่างมากล้นและพระเจ้าทรง
อวยพระพร แต่การงานก็ยังมีจุดอ่อนที่ทำให้เราสามารถแยกกันในความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน
ไม่เหมือนกับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการอธิษฐานและสรรเสริญนมัสการที่ไม่สามารถ
ปล่อยให้มีความขัดแย้งกันอยู่ในใจได้เลย


หวังว่าความงดงามแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนี้จะทำให้เราสามารถวางบางสิ่งบาง
อย่างลง เพื่อจะได้มาซึ่งความงดงามเช่นที่ดาวิดได้บรรยายไว้ในบทเพลงของท่าน คือ
ความงามแห่งความบริสุทธิ์และพระพรที่ให้ชีวิต  ขอหนุนใจที่เราจะมีความปรารถนา
ต้องการความงามเช่นนี้ให้มีอยู่ในท่ามกลางพวกเรา เพราะเรามิได้พยายามที่จะมี
ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อจะได้รับการอวยพระพรจากพระเจ้าเป็นแรงจูงใจของเรา
แต่ว่าเรารู้ว่าความงดงามของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนั้นทำให้พระเจ้าของเรายิ้มได้
เพราะว่าเป็นการดีและน่าชื่นใจยิ่งนัก


บงกช ฮัดซัน

 

 

 

 

 

คำถาม

ทำไมพระเจ้าจึงทดสอบอับราฮัมด้วยการมอบสิ่งที่เขารักที่สุดเป็นเครื่องสักการะ?


คำตอบ


จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเรื่องหนึ่ง ซึ่งเราทุกคนสามารถประยุกต์เข้า
กับตัวเองได้ไม่ยาก

อิสอัค บุตรชายของอับราฮัมและนางซาราห์์ บุตรแห่งพระสัญญาของพระเจ้า ด้วยเหตุไร
พระเจ้าจึงจะให้เสียชีวิตไป ถ้าเราเป็นอับราฮัมเราจะคิดอย่างไร ก่อนเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น
อับราฮัมมีประสบการณ์กับพระเจ้าอย่างที่ว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า ไ้ด้รู้จักได้พูด
คุยกับพระเจ้าตั้งแต่การเดินทางออกจากถิ่นฐานที่อยู่เดิมไปสู่แผ่นดินที่พระเจ้าบอกให้
ไป เรามักจะคิดถึงเรื่องอิสอัคว่าในการนมัสการเราจะต้องให้สิ่งที่ดีที่สุด สิ่งที่รักที่สุดให้กับ
พระเจ้าได้ หรือที่จะไม่มีสิ่งใดที่เราไม่สามารถมอบให้กับพระเจ้าได้แม้แต่สิ่งที่มีค่าที่สุด
สำหรับเรา

แต่ในเรื่องนี้อย่าลืมหัวใจของเรื่องที่ว่า พระเจ้ากำลังทดลองดูความเชื่อของอับราฮัม
พระธรรมฮีบรู 11:17-19 อธิบายให้เห็นภาพการมอบอิสอัคบุตรคนเดียวของตนเป็นเครื่อง
สักการะนี้เป็นสิ่งที่จะเกิดในอนาคตคือการมอบพระเยซู พระบุตรองค์เดียวของพระบิดา
ให้เป็นเครื่องสักการะชดใช้บาปให้กับมนุษย์โลก และได้กล่าวว่าอับราฮัมเชื่อว่าพระเจ้า
สามารถให้คนฟื้นคืนชีวิตจากความตาย ซึ่งพระวิญญาณของพระเจ้าได้ทำให้พระเยซู
บุตรมนุษย์ฟื้นคืนชีวิตจากความตายในวันที่สามด้วยเช่นกัน

ดังนั้น คำตอบคือสิ่งที่พระเจ้าต้องการไม่ใช่สิ่งที่เรารักที่สุด แต่พระเจ้าได้ทรงมอบพระ
เยซูบุตรที่รักองค์เดียวของพระองค์ให้กับเรา และพระองค์ต้องการให้เราเชื่อในพระองค์
์ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสถานการณ์ที่เราไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นเช่นไรแต่ขอให้เชื่อ
ในพระเจ้าเถิดเพราะพระองค์ทรงรู้ทุกสิ่ง พระเจ้าอยากให้เราคงรักษาีความเชื่อในพระ-
องค์แม้ว่าโลกจะหมุนอีกกี่รอบ เวลาจะผ่านไปอีกกี่ปี แม้จะมีเรื่องราวใหม่ๆ เกิดขึ้นในชีวิต
ก็ยังขอให้มีความเชื่อในพระองค์อย่างมั่นคง



บงกช ฮัดซัน

 

สิงหาคม-กันยายน 2008

มิถุนายน-กรกฏาคม 2008

 

 

 

 

 
i
นมัสการ
เพลง
แบ่งปัน

 

Albums

ไหลลงมา (2001)

ข้าจะรักและบูชา (2004)

เหนือโลกา (2006)

Leadsheets