Home

 
ฉบับ มิถุนายน-กรกฎาคม 2008  

s

 

ขอบพระคุณ
เขียนโดย บงกช ฮัดซัน

เด็กคนหนึ่งเติบโตในครอบครัวของชาวฮีบรู ชาวฮีบรูมีพระเจ้าพระนามยาห์เวห์ที่พวกเขานมัสการ
เมื่อถึงเวลาล้างบาปเขาก็ตามบิดามารดาไปที่กระโจม(พลับพลา)และได้เห็นว่าที่นั่นมีการฆ่าลูกแกะ
ลูกแพะ วัวเพื่อทำพิธีล้างบาปแต่เด็กน้อยไม่เข้าใจว่าทำไมปุโรหิตทั้งหลายจึงต้องทำเช่นนั้น ลูกแกะ
ทำผิดอะไรจึงต้องถูกฆ่าด้วยหรือ

พระเยซูทรงเป็นลูกแกะนั้น ลูกแกะของพระเจ้าที่ถูกวางบนแท่นบูชา เป็นเครื่องถวายสักการะเพื่อ
การชำระมลทินของเรา การตรึงบนไม้กางเขนนั้นเองที่พระโลหิตบริสุทธิ์ของพระเยซูพระผู้ช่วย
ให้รอดได้ไหลออกเพื่อการชำระให้บริสุทธิ์เช่นชาวฮีบรูถือปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระเจ้าผ่าน
ทางโมเสส แต่พระเยซูเป็นเครื่องสักการะเดียวที่สามารถชำระมนุษย์โลกให้รอดพ้นจากการถูก
พิพากษาลงโทษเนื่องจากความบาปของพวกเขา และเป็นเครื่องถวายสักการะสุดท้ายซึ่งทำชาว
ฮีบรูไม่ต้องมีพิธีล้างบาปอีกต่อไป และมีผลความบริสุทธิ์มิใช่เพื่อชาวฮีบรูเท่านั้นแต่เพื่อมนุษย์ทุก
ชาติทุกภาษาทุกเผ่าพันธุ์จะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์โดยทางความเชื่อในพระองค์

ฮีบรู 10:9-10 “แล้วพระองค์ก็กล่าวอีกว่า “ดูเถิด ข้าพเจ้าได้มาเพื่อกระทำตามความประสงค์ของ
พระองค์” พระองค์เลิกล้างระบบแรกเพื่อสร้างระบบที่สอง ด้วยความประสงค์นี้เราจึงได้รับการ
ชำระให้บริสุทธิ์ได้โดยร่างกายของพระเยซูคริสต์ที่ถวายเพียงครั้งเดียวเป็นพอ”

เพื่อให้เราได้มีภาพในความคิดว่าอะไรคือระบบแรกและระบบที่สอง เราก็จะกลับไปในประวัติ
ศาสตร์ของชาวอิสราเอลด้วยกัน ในสมัยของโมเสส พระเจ้าได้ทรงกำหนดรูปแบบของกระโจม
(พลับพลา)เพื่อการถวายเครื่องสักการะ เป็นพิธีกรรมเพื่อชำระมลทินจากการทำผิดโดยไม่ตั้งใจ
และผิดต่อกฎบัญญัติต่างๆ โดยการฆ่าสัตว์เพื่อให้ได้เลือดมาลบล้างบาปเป็นตามที่พระเจ้าทรง
กำหนดไว้ แสดงถึงพระลักษณะแห่งความยุติธรรมของพระองค์ต่อขบวนการพิพากษา   และ
ความรักอันเป็นพันธสัญญาสายสัมพันธ์ระหว่างชาวฮีบรูและพระเจ้าซึ่งทราบจากประวัติศาสตร์
การช่วยกู้จากพระเจ้าด้วยการทาเลือดที่หน้าประตูบ้านของตนแล้วทูตของพระเจ้าจะผ่านไปและ
บุตรหัวปีของตนจะไม่ตาย    สัตว์ที่ถูกฆ่านั้นเป็นตัวแทนรับความผิดบาปของประชาชนไปแทน
และเสียชีวิตแทน ซึ่งระบบแรกนี้ได้ถือปฏิบัติมาตลอดจนถึงเวลาที่พระเยซูคริสต์เป็นมนุษย์   แต่
ระบบที่ดีกว่าระบบแรกก็เกิดขึ้นผ่านทางพระเยซูพระผู้ไถ่ “ลูกแกะของพระเจ้า” กล่าวคือพระเยซู
ทรงเปรียบเสมือนลูกแกะที่ถูกฆ่าเพื่อพระโลหิตที่ไหลออกนั้นจะลบล้างความผิดบาปทั้งสิ้นตลอด
ไปเป็นนิตย์แทนการถวายเครื่องสักการะที่ต้องทำแล้วทำอีกหลายๆ ครั้ง ซึ่งผู้เขียนพระคัมภีร์
เรียกว่าระบบที่สอง

พระเยซูทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดจริงๆ ด้วยการถูกตรึงบนไม้กางเขนนั้น  พระเจ้าผู้ทรงบริสูทธิ์มา
บังเกิดเป็นมนุษย์ในครรภ์ของหญิงพรหมจารีย์โดยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์   พระเยซู
ไม่มีความผิดใดที่เจ้าหน้าที่สูงสุดแห่งการตัดสินจะเอาผิดได้ แต่ด้วยการปลุกปั่นประชาชนโดย
ผู้มีอำนาจทางศาสนาและการเมืองจึงชักจูงประชาชนไม่พอใจพระเยซูอย่างรุนแรง   ประชาชน
เรียกร้องใช้ธรรมเนียมถือปฏิบัติในการแลกตัวผู้ถูกประหารมาใช้กับกรณีของพระเยซู ส่งผลให้
เจ้าหน้าที่ทางการตัดสินผู้นี้จำใจต้องมอบพระเยซูให้ประชาชนนำไปตรึงเองแทนนักโทษฉกรรณ์
คนหนึ่ง   แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์เหล่านี้ก็ได้เกิดขึ้นตามแผนการของพระเจ้าเพื่อจะมีหนทาง
ให้มนุษย์กลับคืนดีกับพระเจ้า มีสายสัมพันธ์ระหว่างพระผู้สร้างและผู้ที่ถูกสร้างได้ดังเดิม 

พระเมษโปดกคือลูกแกะของพระเจ้า วายพระชนม์เพราะรับความบาปผิดของเราที่มีมาตั้งแต่ในครรภ์
มารดาจากสายเลือดของมนุษย์คู่แรกและการทำผิดบาปทั้งหลาย โลหิตของพระองค์สะอาดบริสุทธิ์
เพราะทรงเป็นพระเจ้าผู้บริสุทธิ์สามารถล้างความผิดบาปทั้งสิ้นได้ โลหิตมีความหมายถึงชีวิตเป็นที่
พระเจ้าทรงตั้งไว้ วันนี้เองเมื่อเราเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์ แม้ว่าเราจะไม่เคยได้พบเหตุการณ์การ
ตรึงบนไม้กางเขนด้วยตัวเอง เพียงความเชื่อที่เราในพระองค์ก็ทำให้เราได้รับการชำระให้สะอาด
บริสุทธิ์ในสายพระเนตรของพระเจ้า    หากเราทำความผิดใดก็ให้เราสารภาพและกลับใจใหม่เพื่อ
จะดำเนินชีวิตของผู้ที่ได้รับการไถ่ให้สะอาดแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีความกลัวความผิดหวังความเจ็บใด
อันเนื่องจากความผิดบาปแต่ให้เราขอบคุณพระเยซูเพราะพระองค์ได้รับความบาปและการลงโทษ
ทั้งหมดไว้กับพระองค์ไปแล้ว พระเจ้าตรัสว่าโดยพระเยซูนี้ พระองค์จะไม่จดจำความผิดบาปของเรา
อีกเลยไม่ว่าความผิดบาปก่อนมาเชื่อพระเยซูหรือในขณะที่ดำเนินชีวิตกับพระเยซู   การลงโทษนั้น
ไม่เหมือนกับการตีสอน เพราะการตีสอนนั้นมาจากความรักเช่นบิดาที่รักลูก การลงโทษจึงไม่มีกับ
เราแน่นอนขอให้มั่นใจ

ให้เราขอบพระคุณพระเจ้าถึงความรักและพระคุณของพระองค์ที่มิได้เพียงมอบกฎบัญญัติแสดง
มาตราฐานความดีให้เราไปให้ถึงเท่านั้น เพราะทรงรู้ว่ามนุษย์อ่อนแอและต้องการผู้ช่วยเหลือ
พระองค์ทรงให้เรามีทางที่จะพ้นบาปที่มีในสายเลือดพันธุ์ของมนุษย์และความผิดบาปอันเนื่องจาก
การกระทำผิดกฎบัญญัติได้โดยทางพระเยซูคริสต์   เพราะความรักของพระเจ้าพระองค์ได้ส่ง
พระบุตรองค์เดียวของพระองค์มาเพื่อเราจะได้รับชีวิต    พระเยซูคริสต์ทรงสละชีวิตตามพระประ-
สงค์ของพระบิดาเพื่อพระโลหิตที่บริสุทธิ์จะได้ล้างชำระทุกคนที่เชื่อในพระองค์ให้บริสุทธิ์และได้
รับชีวิตนิรันดร์คือความสัมพันธ์กับพระเจ้า    ดังนี้เองเราจึงขอบคุณพระเจ้าได้ทุกวันถึงความรักและ
พระคุณของพระองค์ และขอบคุณพระเยซูคริสต์สำหรับความรักที่พระองค์ทรงมีต่อเรามากกว่าชีวิต
พระโลหิตของพระองค์ทำให้เราบริสุทธิ์ต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้าแล้ว ขอให้ทุกวันที่เรียกว่าวันนี้
เป็นวันที่เราจะได้ดำเนินชีวิตประจำวันของเราด้วยการขอบพระคุณ

 

 

“แต่พระเจ้าได้ให้พระองค์ฟื้นคืนชีวิตจากความตาย ปลดปล่อยพระองค์ให้หลุดพ้นจาก
ความเจ็บปวดรวดร้าวแห่งความตาย เพราะความตายไม่อาจฉุดรั้งพระองค์ไว้ได้”  กิจการ
2:24

ในวันเพ็นเทคศเต มีหลายคนที่มารวมตัวกันวันงานต่างพูดภาษาที่ตนไม่รู้จักเพราะเปี่ยมด้วย
พระวิญญาณบริสุทธิ์ แต่ชาวต่างชาติในบริเวณนั้นกลับเข้าใจว่ากำลังพูดอะไรเพราะเป็นภาษา
ของพวกเขาเอง อัครทูตเปโตรอธิบายให้ผู้คนเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นว่าเป็นมาจากพระเจ้า
โดยได้กล่าวย้อนไปถึงเรื่องในอดีตที่เคยเกิดขึ้นมาจน ณ เวลาปัจจุบันนั้น ซึ่งข้อความด้านบน
ที่ยกมานี้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่เปโตรได้กล่าวถึงในวันนั้น

อัครทูตเปโตรและอัครทูตทั้งสิบเอ็ดคนยืนยันและเป็นพยานว่าพระเยซูทรงเป็นขึ้นจากความตาย
จริงๆ  คำกล่าวของท่านทำให้เราเห็นภาพหนึ่งที่ลงในรายละเอียดว่า

พระเจ้าปลดปล่อยพระเยซูให้หลุดพ้นจากความเจ็บปวดรวดร้าวแห่งความตาย”  

หากเราพิจารณาถึงความเจ็บปวดรวดร้าวแห่งความตายเราจะคิดถึงอะไรบ้าง นรกที่เราเคย
ได้เห็นบนภาพเขียนบรรยายถึงความทรมานนั้นอธิบายได้ทั้งหมดไหม มีต้นงิ้วหรือเปรตอย่าง
ที่เคยได้ยินนั้นหรือไม่   

อย่างไรก็ตาม พระคัมภีร์มีคำอธิบายถึงสถานที่แห่งหนึ่งว่าบึงไฟและกัมมะถันที่ไม่มีวันดับสูญ
ความทุกข์ทรมานมีทั้งวันและคืนชั่วนิรันดร์กาล    ในเวลาที่พระเยซูสิ้นพระชนม์แล้วเราคิดว่า
สามวันนั้นพระองค์อยู่ที่ใด รับโทษแทนเรามีความหมายอย่างไร    วันธรรมดาที่เราใช้ชีวิต
ประจำวันกับการงาน กับเพื่อน กับคู่รัก กับครอบครัว ไม่ว่าเราจะทำอะไรอยู่ก็ตาม เราเคย
รู้ตัวไหมว่าเรารอดพ้นจากการพิพากษาลงโทษแล้ว พระคุณที่มนุษย์ทุกคนได้รับจากพระเจ้า
แล้วและจากการวายพระชนม์ของพระเยซูก็คือผู้ที่เชื่อในพระนามของพระเยซูจะไม่ได้รับ
ความเจ็บปวดรวดร้าวแห่งความตายครั้งที่สองในวันพิพากษาโลกของพระเจ้า

ดังนั้น เราควรเศร้าโศกกับเหตุการณ์ที่พระคริสต์วายพระชนม์เพื่อเราหรือ ไม่ใช่เลย แต่กลับใจ
และน้อมเข้าหาพระเจ้า รับความชื่นชมยินดีในชีวิตได้เลยเพราะพระเยซูทรงเป็นขึ้นจากความ
ตายและชนะโลกแล้ว  จึงขอหนุนใจพี่น้องให้ระลึกถึงพระเยซูและขอบพระคุณอยู่เสมอถึงสิ่งที่
พระองค์ทรงทำเพื่อเรา และอย่าให้มีวันใดที่เราจะลืมคิดถึงว่าพระบิดาเจ้าและพระเยซูคริสต์ทรง
รักเรามากเพียงไรเพื่อให้เรามีความรอดพ้นจากความเจ็บปวดรวดร้าวแห่งความตายครั้งที่สอง
ในบึงไฟนั้น ซึ่งตามความเป็นจริงนั้นความตายไม่สามารถฉุดพระองค์ไว้กับมันได้เลยหากว่า
พระองค์ไม่สมัครใจทำเพื่อเรา ผู้นมัสการทั้งหลายขอบพระคุณพระบิดาเจ้าและพระเยซูคริสต์
สำหรับเรื่องนี้เถิด เพราะพระองค์ทรงสมควรที่จะได้รับคำขอบพระคุณจากผู้ที่พระองค์ทรงรัก
อย่างแท้จริง

บงกช ฮัดซัน

 

 

 

 

 

คำถาม
เรานมัสการพระเจ้าในความคิดได้หรือไม่?

คำตอบ
ฟังแล้วก็อยากจะตอบว่าได้สิ แต่ก็อยากเขียนความคิดเห็นบางอย่างด้วยคือถ้าเราอ่าน
ในพระคัมภีร์โดยศึกษาเกี่ยวกับการนมัสการ โดยส่วนมากเราจะเห็นว่ามักมีการแสดง
ออกมามากกว่าแค่เพียงอยู่ในความคิดเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่นในสมัยก่อนจะมีการก้มกราบลงกับพื้นเป็นอาการแสดงออกทางกาย
มีการออกพระนามพระเยโฮวาห์เป็นการพูดออก ซึ่งทั้งนี้เชื่อว่าผู้แสดงการนมัสการออก
ทางภายนอกผู้นั้นทำออกมาจากความคิด จิตใจ ความรู้สึกที่อยู่ภายใน พูดอีกอย่างคือ
ภายในตรงกับภายนอกไม่มีเสแสร้งแกล้งทำ ทำอย่างจริงใจ

ภายในสำคัญเช่นไรสำหรับพระเจ้า?

 “...เป็นเพราะความเชื่อ อาแบลจึงถวายเครื่องสักการะที่ดีกว่าของคาอินให้แก่พระเจ้า...”
ฮีบรู
11:4

“...เพราะพระเจ้าทอดพระเนตรไม่เหมือนกับที่มนุษย์ดู มนุษย์ดูที่รูปร่างภายนอกแต่พระเจ้า
ทอดพระเนตรจิตใจ”
1 ซามูเอล 16:7

“ท่านได้ยินคำที่กล่าวแล้วที่ว่า ‘อย่าล่วงประเวณี’ แต่เราขอบอกท่านว่า ทุกคนที่มองผู้หญิง
ด้วยกิเลสทางกามก็นับว่าผิดประเวณีต่อเธอทางใจแล้ว” มัทธิว 5:27, 28


ถ้าหากเราขีดเส้นคำขอให้ทำต่างๆ ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ เราก็พบว่าเป็นส่วน
ของภายในทั้งสิ้น ดังนั้น ในการนมัสการก็ไม่ต่างกันถ้าจะคิดถึงว่าอะไรที่สำคัญสำหรับ
พระเจ้า ถ้าเราจะนมัสการพระเจ้าในความคิดก็ดีเพราะพระเจ้าบอกให้เรารักพระองค์ด้วย
สุดความคิดเช่นกัน แล้วพระเจ้าก็ทรงเป็นผู้เดียวที่รู้ว่าเรานมัสการพระองค์หรือไม่ เพราะ
พระองค์ผู้เดียวที่มองเห็นภายในความคิดนั้น

ความคิดเป็นเพียงส่วนหนึ่งในตัวเรา เรายังมีความรู้สึก มีความต้องการแสดงออก มีวิญญาณ
ส่วนลึก ซึ่งเราคงไม่ปฏิเสธว่าเราใช้ทุกส่วนนั้นนมัสการพระเจ้า คำตอบจึงไม่ได้สนับสนุนให้
ใช้ความคิดเท่านั้นนอกเสียจากว่าเราต้องอยู่ในสภาพทุพพลภาพไปแล้ว นั่นก็มีความจำกัดอยู่
ดังนั้น ขณะที่เรายังสามารถใช้ร่างกายของเราแสดงออกในการนมัสการพระเจ้าได้ ก็ทำให้
เต็มที่โดยให้ภายในนำทางภายนอก ให้เป็นไปตามการทรงนำและการสำแดงของพระวิญ-
ญาณบริสุทธิ์ว่าทรงให้เรารับรู้อะไรเกี่ยวกับพระเจ้าบ้างในวิญญาณส่วนลึกของเรา แล้วตอบ
สนองและนมัสการพระเจ้าด้วยวิญญาณและความจริงตามที่ทรงแสวงหาคนเช่นนั้นนมัสการ
พระองค์ค่ะ

บงกช ฮัดซัน

 

 

 

 

 

 

 
i
นมัสการ
เพลง
แบ่งปัน

 

Albums

ไหลลงมา (2001)

ข้าจะรักและบูชา (2004)

เหนือโลกา (2006)

Leadsheets