ฉบับ กุมภาพันธ์ - มีนาคม 2009  

s

 

การนมัสการกับการคืนดี
เขียนโดย บงกช ฮัดซัน

การนมัสการนี้ไม่เพียงแต่มีบทสำคัญในวันอาทิตย์หรือในกลุ่มย่อยที่หมู่พี่น้องคริสเตียนมาร่วมกัน
ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าเท่านั้น แต่ยังมีพื้นฐานอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้ที่เชื่อในองค์พระเยซู
คริสต์อีกด้วย   สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรามีผลต่อการนมัสการหรือไม่ ในครั้งนี้จะยกความสัมพันธ์
ระหว่างการนมัสการกับการคืนดีมาให้เราได้ใคร่ครวญร่วมกัน

พระบิดาเจ้าทรงมอบภาระกิจแห่งการคืนดีกันนี้ไว้กับองค์พระเยซูคริสต์ ผู้ที่เชื่อในพระเยซูก็ได้คืนดี
กันกับพระบิดา และเราถูกเรียกว่าผู้ชอบธรรมเนื่องจากพระเจ้าทรงตั้งไว้แล้วว่าความเชื่อทำให้ผู้เชื่อ
มีความชอบธรรม ดังนั้น แม้ในสมัยที่พระเยซูคริสต์ยังมิได้เสด็จเข้ามาในโลก อับราฮัมก็ได้ถูกขาน
นามว่าเป็นผู้ชอบธรรมด้วยเช่นกันเนื่องด้วยความเชื่อที่ท่านมีต่อพระเจ้านั่นเอง

การคืนดีนั้นนำมาซึ่งความสัมพันธ์ที่ได้รับการรื้อฟื้นขึ้นใหม่ ดังที่พระเจ้าทรงเปิดหนทางที่มนุษย์เรา
จะได้กลับมามีความสัมพันธ์กับพระองค์อีกโดยผ่านทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์   อัครทูตเปาโล
กล่าวว่าภาระกิจแห่งการคืนดีกับพระบิดาเจ้านี้ พระเยซูก็ได้ทรงมอบไว้กับเราทุกคนต่อไปด้วย
คือการประกาศเรื่องการคืนดีนี้ออกไป  

พระคำของพระเจ้าให้ความเข้าใจแก่เราว่าการคืนดีกับพระเจ้านั้นทำให้เราได้เข้ามานมัสการพระองค์
ต่อหน้าพระบัลลังก์ด้วยพระคุณของพระองค์   และในเรื่องของการคืนดีนี้ไม่เพียงแต่เป็นไประหว่าง
ตัวเรากับพระเจ้าแต่ยังสะท้อนออกเรื่องการคืนดีจากการดำเนินชีวิตของเราอีกด้วย ทั้งนี้ เพราะ
พระเจ้าทรงให้ความสัมพันธ์กับมนุษย์ มนุษย์นมัสการพระเจ้าเนื่องด้วยมีความสัมพันธ์กับพระองค์
ดังนั้นเรื่องความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ครั้งหนึ่งพระเยซูตรัสว่า จงวางเครื่องบูชาลงก่อนและกลับไปคืนดีกับพี่น้องเสียก่อนแล้วจึงค่อยมา
ถวายเครื่องบูชาของท่าน (มัทธิว 5:24)   และยังมีอีกเหตุการณ์ครั้งหนึ่งในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญา
เดิมที่น่าสนใจ   เราคงจำเรื่องราวคาอินกับอาเบลได้ว่า ทั้งสองคนนำเครื่องบูชามาถวายแด่พระเจ้า
แต่พระเจ้ากลับไม่ทรงพอพระทัยเครื่องบูชาของคาอิน    ก่อนที่คาอินจะเข้ามาถวายเครื่องบูชา
ของเขานั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างเขากับอาเบลน้องชายหรือ เพราะท้ายที่สุดของการไม่คืนดีนั้น
ทำให้น้องชายต้องตายไปด้วยแรงสะสมของความบาปในใจของพี่ชาย ความโกรธนั้นเป็นทางเลือก
ตรงกันข้ามกับการคืนดี

พระเจ้าทรงทอดพระเนตรในจิตใจของคาอินอย่างแน่นอน จิตใจของคาอินมีความโกรธน้องชาย
ของตนอยู่แม้ว่าจะนำสิ่งที่ดีที่สุดในสวนผักของตนมาถวายก็ตาม  สำหรับเราที่เชื่อในพระคริสต์นั้น
เราได้รับการชำระแล้วโดยความเชื่อในฤทธิ์แห่งพระโลหิตของพระองค์ และนั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้
เราสะท้อนความจริงนี้ออกผ่านทางการดำเนินชีวิต ซึ่งเราสามารถทำตามพระบัญญัติคำสอนของ
พระเจ้าได้โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ภายในเรา

เราจึงควรดูแลรักษาเรื่องความสัมพันธ์ไว้อย่างดีเยี่ยมเพราะสิ่งนี้มีส่วนกับการนมัสการของเรา
ต่อพระเจ้า   ขณะที่เราทำเต็มที่ในการนมัสการ เราพยายามอย่างหนักที่จะให้แน่ใจว่าทุกโปรแกรม
ไม่มีข้อบกพร่องและเป็นพระพรสำหรับสมาชิกทุกคน ซึ่งเหล่านี้จะดีเยี่ยมในสายพระเนตรของ
พระเจ้าหากว่าภายในของเราเยี่ยมยอดด้วย  เพราะพระเจ้ามิได้ทรงให้สิ่งที่เป็นไปภายนอกนั้น
สำคัญไปกว่าสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ภายในใจของเราเลย  

พระเจ้าทรงเรียกผู้เชื่อว่าคนชอบธรรมและทรงสัญญาที่จะไม่จดจำความผิดบาปทั้งสิ้นของเขา
ไม่ว่าเราจะทำผิดพลาดอย่างไรบ้างในชีวิตประจำวันของเราพระเจ้าก็พร้อมที่จะยกโทษ ไม่จดจำ
ความผิดนั้นเมื่อเรากลับใจใหม่   ทุกวันธรรมดาของเรายังเก็บความโกรธหรือปัญหาที่ขัดเคืองใจ
อยู่โดยที่มิได้แก้ไขและแสดงการคืนดีหรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่เราจะต้องระวังและตระหนักไว้ว่า เรื่อง
การคืนดีเป็นเป้าหมายสูงสุดของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์คนบาป เราผู้ที่นมัสการพระเจ้าควรยึดวิถีทาง
นี้ด้วยเช่นกัน  ตามภาษิตไทยที่ว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

สุดท้ายนี้ จึงขอหนุนใจให้เราไม่ปล่อยปละละเลยในเรื่องของการคืนดี การรื้อฟื้นความสัมพันธ์
ขึ้นใหม่กับพี่น้อง ดูแลรักษาความสัมพันธ์กับพระเจ้าและระหว่างตัวเรากับผู้อื่นเสมอ เพราะว่า
เรื่องการนมัสการมีเรื่องของความสัมพันธ์เป็นหลัก และเพื่อเราจะแน่ใจว่าพระเจ้าทรงพอพระทัย
การนมัสการที่เราได้มอบถวายแด่พระองค์ เราก็จะต้องแน่ใจอย่างหนึ่งแล้วว่าเราคืนดีกับพี่น้อง
ที่เรามีปัญหากันอยู่เรียบร้อยแล้ว และการคืนดีนั้นเราอาจต้องมีการสูญเสียหรือเสียสละร่วมอยู่ด้วย
อย่างที่พระเยซูก็ต้องสละพระองค์เองเพื่อจะได้เรากลับคืนมาให้กับพระบิดาเจ้า  และพระเยซูตรัส
ว่าหากเราคืนดีกับพี่น้อง เราก็จะได้พี่น้องของเรากลับคืนมา  ซึ่งเป็นความสวยงามที่พระเจ้าทรง
สร้างไว้ในเรื่องของการคืนดีอย่างน่าสรรเสริญ

 

 

 

พัฒนาและใช้ของประทานที่มีอยู่


ของประทานมีมากมายในพระกายของพระคริสต์ ของประทานของพระเยซู ของประทานของ
พระวิญญาณ ล้วนแล้วแต่เสริมสร้าง   เมื่อกล่าวถึงของประทาน เราก็ไม่สามารถแยกเรื่องของ
พระคุณออกจากส่วนนี้ไปได้ เพราะพระเจ้าเป็นผู้ให้ของประทานเหล่านี้ทั้งสิ้น ไม่มีใครได้มา
หากแต่พระเจ้าจะประทานให้ตามชอบพระทัยของพระองค์

มีคำอุปมาที่พระเยซูได้กล่าวถึงเหรียญตะลันที่เจ้านายได้ให้ไว้กับบ่าวทาสสามคน คนหนึ่งได้
มากกว่าเพื่อน ส่วนคนสุดท้ายได้น้อยกว่าเพื่อน นายสั่งไว้ว่าให้เอาไปทำให้มันเกิดผล คนสุดท้าย
กลับฝังไว้จึงไม่เกิดการทวีผลแต่อย่างใด คนนี้เป็นบุคคลที่ไม่พึงเอาเยี่ยงอย่างเลยทีเดียวเพราะ
สังเกตว่าเมื่อนายกลับมานายท่านไม่พอใจเอาเสียเลย แถมยังโดยต่อว่าด้วย  แต่ที่น่าสนใจก็คือ
คนแรกและคนที่สองต่างก็ทำให้เกิดผลทวีขึ้นมาแม้จะปริมาณไม่เท่ากันก็ตาม นายก็พอใจสองคน
นี้มาก ให้สังเกตว่านายใช้คำชมที่เหมือนกันเลยด้วย คือชมเชยเรื่องความสัตย์ซื่อ

คำอุปมานี้ทำให้เห็นว่า พระเจ้าทรงพอพระทัยต่อการเกิดผลของเรา ไม่ว่าเราจะทำได้มากน้อย
เพียงใด พระองค์ไม่เปรียบเทียบว่าใครทำได้ดีกว่าใคร แต่พระองค์ทรงทอดพระเนตรในจิตใจ
ที่มีความสัตย์ซื่อของเรา     การใช้ของประทานที่มีอยู่แตกต่างกันของเราในพระกายพระเยซูคริสต์
นี้ก็ไม่ควรมีการแบ่งขั้นใดใด เพราะว่าพระเจ้าทรงให้ของประทานกับเรานั้นเป็นเรื่องของพระคุณ
จึงไม่สามารถโอ้อวดใครขึ้นได้นอกจากจะโอ้อวดพระเจ้าผู้ทรงพระคุณ

พระคำของพระเจ้าทำให้เราทราบว่าของประทานนั้นมีไว้เพื่อเราทุกคน เราใช้ของประทานเพื่อ
เสริมสร้างกันและกันขึ้น จึงหนุนใจให้มีการพัฒนาและใช้ของประทานที่มีอยู่ในเวลานี้ให้เกิดผล
ขึ้นมา   ของประทานมีทั้งเพื่อในด้านเหนือธรรมชาติ เพื่อชีวิตตามธรรมชาติ  สามารถอยู่ในรูป
ของนามธรรมจับต้องได้เช่นความเชื่อ การรักษาโรค   และอยู่ในรูปธรรมจับต้องไม่ได้ด้วยเช่นกัน
   การทำการ์ดที่บรรจุคำพูดหนุนใจชูใจคนขึ้นก็เป็นของประทานอย่างหนึ่ง การปรนนิบัติรับใช้
อย่างเยี่ยมยอดก็เป็นอีกแบบหนึ่ง การใช้ความสามารถความเข้าใจก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดนี้
ก็เพื่อช่วยกันและกันในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าและเพื่อช่วยเสริมสร้างกันและกันขึ้นในพระคริสต์

วัยเด็กก็สามารถพัฒนาและใช้ของประทานได้ วัยหนุ่มสาวก็เช่นกัน และวัยผู้ใหญ่วัยชราก็ไม่มี
ข้อห้ามที่จะพัฒนาและใช้ของประทานตราบใดที่เรายังมีพี่น้องผู้เชื่ออยู่รอบข้างเรา   และอีกสิ่งหนึ่ง
ที่ดีงามที่มาพร้อมกับเรื่องนี้ก็คือการเคารพกันและกันในของประทานที่พระเจ้าประทานให้กับบุคคล
นั้นๆ ด้วย  เพราะผู้ที่ทำงานในระดับบริหารดูแลความทุกข์สุขของประเทศเป็นอย่างดี พระเจ้าก็ยัง
ให้เราให้เกียรติเนื่องด้วยอำนาจทั้งสิ้นพระเจ้าเป็นผู้มอบ  

ขอหนุนใจกันและกันที่จะใช้ของประทานให้เกิดผลเพื่อพระเจ้าของเราจะได้รับเกียรติ และเพื่อเรา
ทุกคนจะไม่ขาดสิ่งใดเลยเพราะว่า ในเราแต่ละคนนี้เองมีของประทานที่จะช่วยเสริมสร้างกันและ
กันขึ้นให้เข้มแข็งและเจริญขึ้นในองค์พระเยซูคริสต์เจ้าได้
บงกช ฮัดซัน

 

 

 

 

 

“การนมัสการ” สำคัญต่อเราอย่างไร?


เราอาจจะไม่เคยอย่างจริงจังว่าการนมัสการมีส่วนสำคัญต่อชีวิตของเราอย่างไร  โดยประสบการณ์
เราอาจจะรู้สึกว่ามานมัสการพระเจ้าแล้วรู้สึกจิตใจสงบ รู้สึกได้รับพระพร ได้พักผ่อนอยู่กับพระเจ้า
ได้ใช้ของประทาน รับใช้พระเจ้า รับใช้พี่น้องคริสเตียน ที่กล่าวมานี้ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับ
ชีวิตหนึ่งที่พึงได้ค้นพบ หากแต่ว่ายังมีแก่นแท้ของการนมัสการที่บอกให้เรารู้ว่าการนมัสการนั้น
สำคัญต่อเราอย่างไร

ความสำคัญตามความหมายและเรื่องราวที่ถูกจารึกไว้ในพระคัมภีร์มีอะไรบ้าง เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์
ภาคพันธสัญญาเดิมเราพบว่า การนมัสการเป็นความผูกพันระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ตั้งแต่ในสมัย
เริ่มสร้างโลกมา   คนในสมัยก่อนจะเอ่ยพระนามของพระเจ้าเมื่อพบกับพระองค์ในสถานการณ์นั้นๆ 
แสดงให้เห็นว่ามีความสัมพันธ์จึงเอ่ยพระนาม อาจทั้งความสัมพันธ์ใหม่สดและที่มีมานานแล้ว

ทำไมชาวฮีบรูจึงใช้คำว่า “Shachah” ในภาษาฮีบรู เมื่อกล่าวถึงการนมัสการ คำนี้ให้ภาพของนาย
และบ่าว ที่มีความเคารพบูชาอย่างสูง ส่วนภาษากรีกใช้คำว่า “Proskuneo”  คำนี้ให้ภาพสุนัขที่เข้า
มาเลียมือเจ้านาย สังเกตุว่าสองคำนี้ก็มีแกนความคิดเดียวกันในเรื่องของความสัมพันธ์ คือ
ฝ่ายหนึ่งสูงกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง

แต่ในภาพใหญ่ของความสัมพันธ์ของมนุษย์กับพระเจ้านั้นไม่ได้มีเพียงด้านดังกล่าว แต่หลายครั้ง
มีการให้ภาพความสัมพันธ์แห่งความรักผูกพันเช่นเจ้าบ่าวและเจ้าสาว   พระธรรมบทเพลง
ซาโลมอน คำภาษาอังกฤษเขียนชื่อพระธรรมเล่มนี้ว่า Song of Songs คือเพลงที่โดดเด่นที่สุดใน
บรรดาเพลงทั้งหมดที่กษัตริย์ซาโลมอนประพันธ์   หลายสถาบันให้ความเห็นต่างกันของการตี
ความ บ้างก็สนับสนุนว่าเป็นความสัมพันธ์เฉพาะชีวิตสมรสของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว บ้างก็สนับ-
สนุนว่าเป็นความสัมพันธ์ลึกซึ้งของผู้เชื่อกับพระเยซู อย่างไรก็ตามพระเยซูทรงใช้คำว่า เจ้าบ่าว
เจ้าสาวบ่อยครั้งในการเอ่ยอุปมา และพระธรรมวิวรณ์ที่เป็นอันรู้กันว่าใช้สัญลักษณ์ที่มิอาจตีความ
เจาะจงตามตัวอักษรก็มีการใช้ภาพของเจ้าบ่าวเจ้าสาวสำหรับหลายเรื่องรวมถึงความสัมพันธ์
ระหว่างพระเยซูคริสต์กับผู้เชื่อด้วย

เราจึงควรมองเห็นแก่นความสำคัญของการนมัสการสำรับเรานั้นก็คือ เรากำลังแสดงการยอมรับว่า
“พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า เราไม่ใช่”  ซึ่งตามคำภาษาฮีบรูนั้นยังมีความหมายกว้างรวมการเคารพ
อย่างสูงนี้ไว้ในการแสดงออกทางร่างกาย ในความรู้สึกที่มีอยู่ภายใน และทั้งคำกล่าวออกจากปาก
ส่วนคำภาษากรีกนั้น มีหลายท่านที่เน้นถึงความหมาย “การจูบ”  ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสุนัขกับเจ้านาย
หรือเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวเฉกเช่นคู่รัก ต่างก็แสดงถึงความผูกพัน การมีความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย

ดังนั้น เมื่อเรายอมรับว่าพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้า และเรามิใช่ เราก็นมัสการพระองค์ด้วยความ
สัมพันธ์กับพระเจ้าองค์ผู้สูงสุด และเต็มไปด้วยความรักในความสัมพันธ์นี้ เพราะการนมัสการ
จะคงอยู่ในขณะที่การรับใช้ การประกาศ การเผยพระวจนะ การพูดภาษาแปลกๆ จะสูญสิ้นไป
และยังตั้งอยู่สามสิ่งคือความเชื่อ ความหวังใจ ความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุดและไม่มีวันสูญสิ้น

บงกช ฮัดซัน

 

Previous Articles :

2008 มิถุนายน - กรกฎาคม
2008 สิงหาคม - กันยายน
2008 ตุลาคม - พฤศจิกายน
2008 ธันวาคม - 2009 มกราคม

 

 

 

 

 
i
นมัสการ
เพลง
แบ่งปัน

 

Albums

ไหลลงมา (2001)

ข้าจะรักและบูชา (2004)

เหนือโลกา (2006)

Leadsheets