ฉบับ มิถุนายน - กรกฎาคม 2010  

s

 

ปี 2010 นี้ ดิฉันมีความปรารถนาจะนำผู้อ่านเข้าถึงความพิเศษของการนมัสการมากขึ้น
ตลอดสามปีของบทความได้วางพื้นฐานเรื่องความหมายของแต่ละสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลา
การนมัสการ คือ การขอบพระคุณ การสรรเสริญ และการนมัสการไว้เป็นภาพใหญ่แล้ว
บทความของเดือนธันวาคม
2009 เดือนพฤศจิกายน 2010 มุ่งไปที่มุมมองการนมัสการ
ในสายพระเนตรของพระเจ้ากัน เพื่อว่าเราทั้งหลายจะมีความเข้าใจการนมัสการไม่
เพียงตามประเพณีถือปฏิบัติ วัฒนธรรม รูปแบบสมัยนิยมเท่านั้น แต่สามารถจับความ
หมายพิเศษของการนมัสการในมุมมองของพระเจ้ากับมนุษย์จากนี้ไป



Section 4
นมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง กับ นมัสการพระเจ้าด้วยการดำเนินชีวิต
เขียนโดย บงกช ฮัดซัน

การนมัสการพระเจ้านั้นพิเศษและเจาะจง มันเป็นมากกว่าการปฏิบัติ เป็นการตอบ
สนองต่อพระเจ้าด้วยความสัมพันธ์รักภักดี มีความหมายลึกซึ้งกว่าที่เราคิดนัก
วันแล้ววันเล่าที่ประเพณีเก่าแก่ทำให้เราเคยชินกับการกระทำที่เมื่อได้ทำแล้วเรารู้สึก
ว่าเรากำลังนมัสการพระเจ้า เช่น การถวาย การเข้าพิธี การร้องเพลงเล่นดนตรี
เป็นกิจเดียวกับที่ชาวอิสราเอลถือปฏิบัติกันมาแต่นมนานโบราณกาล



กิจต่างๆ เหล่านี้จะทำให้การนมัสการมีความหมายไม่ได้เลยหากมิได้แสดงออกมา
จากส่วนลึกที่ตอบสนองต่อพระเจ้า เพราะมนุษย์ทั้งหลายทั่วทุกมุมโลกก็ถือปฏิบัติ
ด้วยเช่นกันไม่ว่าการถวาย การเข้าพิธี การร้องเพลงเล่นดนตรี รวมทั้งการดำเนิน
ชีวิตด้วย ใครๆ ก็มุ่งหวังและเรียกร้องถึงการดำเนินชีวิตที่ดี การปฏิบัติที่กอปรด้วย
คุณธรรมทั้งปวง หากกิจต่างๆ เหล่านี้นับว่าเป็นการนมัสการแล้วก็ไม่อาจนับว่ามัน
มีความพิเศษหรือเจาะจงแต่อย่างใด



สำหรับทุกคนแล้วการดำเนินชีวิตและกิจต่างๆ เหล่านี้เป็นเครื่องมือที่เราใช้เพื่อสื่อสาร
ความเชื่อ ความรู้สึกที่มีอยู่ภายในออกมาเป็นรูปธรรม ไม่ยกเว้นแม้แต่มนุษย์ผู้ซึ่งนับถือ
เชื่อถือศรัทธาในองค์พระผู้เป็นเจ้าก็ได้ใช้การเหล่านี้เพื่อตอบสนองต่อพระเจ้าเช่นกัน
ไม่ว่าจะการดำเนินชีวิตที่แสดงออกถึงความเชื่อฟัง ความเชื่อ ความหวัง ความรัก
รวมไปถึงการนมัสการด้วย แหละนี่เองที่เราต้องเข้าใจว่าความพิเศษและเจาะจง
ของการนมัสการนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติใดใดในชีวิตแต่มันอยู่ที่จิตวิญญาณ
และความจริงของผู้นมัสการพระเจ้า



เราจะเอาแน่อะไรกับเนื้อหนังฝ่ายธรรมชาติของมนุษย์ได้ การดำเนินชีวิตจะมีขาขึ้นและ
ขาลงไปตามความเข้มแข็งและอ่อนแอของแต่ละบุคคล พระเจ้าทรงรู้ซึ้งถึงเนื้อแท้ของ
มนุษย์ ทรงเอ่ยด้วยความเข้าใจว่าไม่มีมนุษย์คนใดที่ชอบธรรมแม้สักคนเดียว และการ
ถวายเครื่องเผาบูชาเพื่อเป็นพิธีล้างชำระก็มิได้ช่วยให้มนุษย์เปลี่ยนแปลงได้เลยแต่กลับ
เสื่อมทรามลงเรื่อยไปตามกาลเวลา พระองค์ผู้เป็นพระวิญญาณทรงเสาะหาเพียงผู้ที่
นมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริงของเขาไม่ว่าคนนั้นจะเข้มแข็งหรืออ่อนแอก็ตาม
ไม่ว่าจะปฏิบัติตนดีพร้อมแล้วหรือแม้ว่าเขาผู้นั้นได้พลาดพลั้งไปจากทางของพระองค์



ความโปร่งใสต่อพระเจ้าที่อาศัยความถ่อมใจมิได้มีอยู่กับคนที่ดำเนินชีวิตดีแล้วเสมอไป
การปฏิบัติตนที่ดูเหมือนไม่มีที่ตินั้นสามารถล่อลวงจิตใจภายในให้แอบซ่อนความภูมิใจ
และความเย่อหยิ่งไว้โดยไม่ได้ตั้งตัว ความสัมพันธ์มาก่อนการกระทำ หลักความจริงของ
การนมัสการมีอยู่ว่าพระเจ้าทรงปรารถนาจิตวิญญาณและความจริงของผู้ที่นมัสการ
พระองค์ ความสัมพันธ์ที่มีกับพระเจ้านั้นสำคัญเป็นลำดับต้นโดยมิได้มีบรรทัดฐานอยู่ที่
การดำเนินชีวิตก่อนความสัมพันธ์ที่มีกับพระองค์แต่อย่างใดเลย

อาเมน



 

 

 

นมัสการด้วยจริงใจ


ไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไร มีการดำเนินชีวิตอย่างไร คุณยังมีจิตวิญญาณและความจริงที่
นมัสการพระเจ้าได้  ขอเพียงเริ่มต้นด้วยเสียงร้องหาพระเจ้าด้วยความเชื่อ พระเจ้าจะ
มาพบคุณ



เราต้องมีความถ่อมใจต่อพระเจ้าไม่ว่าเราจะเป็นคนที่ดำเนินชีวิตอย่างดีเยี่ยมหรือ
เป็นคนที่ดำเนินชีวิตล้มลุกคลุกคลาน พระเจ้าทรงใหญ่ยิ่งนัก พระสง่าราศีของ
พระองค์งดงามกว่าที่เราจะอธิบายได้ ในขณะที่การดำเนินชีวิตอาศัยความเติบโต
ความเข้าใจ แต่การนมัสการนั้นอาศัยความจริงใจของเราเอง



ผู้ที่นมัสการพระเจ้าจะพบพระเจ้ามากขึ้น จะรู้จักพระเจ้ามากขึ้นและจะเรียนรู้จัก
พระลักษณะของพระองค์มากขึ้น และพร้อมที่จะฉายแสงของพระองค์ออกมา
มากขึ้นในที่สุด ขอให้เราหันจุดสนใจไปอยู่กับพระเจ้ามากกว่าที่จะเป็นห่วงว่า
เราควรจะทำอะไร เพราะการนมัสการพระเจ้านั้นเรามองที่พระองค์เป็นหลัก มิใช่
ตัวเราเอง



ขอให้เราจดจ่อที่พระเจ้า แสวงหาพระพักตร์ และน้ำพระทัยของพระองค์ก่อน แล้วเรา
จะนมัสการพระองค์จากความรู้จักพระองค์ ด้วยความจริงใจที่ก้มลง และเอ่ยเรียก
พระนามของพระองค์ว่าทรงเป็นพระเจ้า ที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดคือความจริงใจและ
ใจจริงจากส่วนลึกที่นมัสการพระองค์ ขอหนุนใจให้เรา ให้ความสนใจที่พระเจ้ามาก
กว่าอะไรทั้งหมด
เมื่อเรามานมัสการพระองค์



บงกช ฮัดซัน

 

 

 

 

 

คำถาม “เมื่อเราถวายทรัพย์ถือว่าเราได้นมัสการพระเจ้าหรือไม่?”


คำตอบ
แน่นอนว่า พระเจ้ามิได้ทรงมีความจำเป็นในเรื่องการเงินจึงได้บัญญัติการถวายเพื่อ
จะได้รับอะไรจากเรา การถวายนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการนมัสการมานานตั้งแต่สมัย
คาอินกับอาเบล และเครื่องบูชาของอาเบลเป็นที่พอพระทัยก็เพราะความเชื่อของเขา
แต่สำหรับคาอินแล้วคงทำเพราะเป็นหน้าที่หรือต้องทำ เป็นเหตุให้พระเจ้าไม่ทรง
พอพระทัยในเครื่องบูชาของเขา ทั้งนี้ไม่ได้มีการลงเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน



สิ่งที่เราควรจะให้ความสนใจก็คือเบื้องหลังของการถวายนั้นต่างหาก เรื่องราวของหญิง
หม้ายผู้ยากจนแต่ถวายเงินสองเหรียญสุดท้ายที่มี ทำให้พระเยซูตรัสว่าหญิงนี้ถวาย
มากกว่าเศรษฐีที่แบ่งเพียงบางส่วนมาถวาย แต่พระเยซูก็มิได้เอ่ยว่าหญิงผู้นี้หรือ
เศรษฐีผู้นั้นนมัสการพระเจ้าด้วยการถวายนี้หรือไม่



อย่างไรก็ตาม เราเห็นว่าพระเจ้าทรงท้าทายคนของพระองค์ที่จะนำสิ่งใดๆ มาถวาย
ในพระวิหารเสมอมาตั้งแต่สมัยพลับพลาแล้ว มีครั้งหนึ่งในสมัยคริสตจักรที่พระวิญญาณ
บริสุทธิ์ทรงดลใจให้คนหลายคนนำทุกสิ่งทุกอย่างของพวกเขามารวมเป็นของส่วนกลาง
เพื่อใช้ร่วมกันด้วย พระเยซูมิทรงให้เรากังวลเรื่องการดำรงชีพและไม่สนับสนุนให้เรา
สะสมทรัพย์สมบัติในโลกนี้ ในการถวายนั้นพระเจ้าทรงใส่ใจภายในของผู้ถวายมาก
กว่าสิ่งที่นำมาถวาย แล้วเราถือว่าเป็นการนมัสการหรือไม่ ถ้าตามนิยามความหมาย
ของคำว่านมัสการก็คงต้องตอบว่าไม่ใช่ แต่การถวายทรัพย์ก็แสดงให้เห็นภายในของ
ผู้นมัสการ
ได้


บงกช ฮัดซัน



Previous Articles :
2010 เมษายน-พฤษภาคม
2010 กุมภาพันธ์ - มีนาคม
2009 ธันวาคม - 2010 มกราคม
2009 ตุลาคม - พฤศจิกายน
2009 สิงหาคม - กันยายน
2009 มิถุนายน - กรกฎาคม
2009 เมษายน - พฤษภาคม
2009 กุมภาพันธ์ - มีนาคม
2008 ธันวาคม - 2009 มกราคม
2008 ตุลาคม - พฤศจิกายน

2008 สิงหาคม - กันยายน

2008 มิถุนายน - กรกฎาคม



 

 

 

 

 
i
นมัสการ
เพลง
แบ่งปัน

 

Albums

ไหลลงมา (2001)

ข้าจะรักและบูชา (2004)

เหนือโลกา (2006)

Leadsheets