ฉบับ สิงหาคม - กันยายน 2010  

s

 

ปี 2010 นี้ ดิฉันมีความปรารถนาจะนำผู้อ่านเข้าถึงความพิเศษของการนมัสการมากขึ้น
ตลอดสามปีของบทความได้วางพื้นฐานเรื่องความหมายของแต่ละสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลา
การนมัสการ คือ การขอบพระคุณ การสรรเสริญ และการนมัสการไว้เป็นภาพใหญ่แล้ว
บทความของเดือนธันวาคม
2009 เดือนพฤศจิกายน 2010 มุ่งไปที่มุมมองการนมัสการ
ในสายพระเนตรของพระเจ้ากัน เพื่อว่าเราทั้งหลายจะมีความเข้าใจการนมัสการไม่
เพียงตามประเพณีถือปฏิบัติ วัฒนธรรม รูปแบบสมัยนิยมเท่านั้น แต่สามารถจับความ
หมายพิเศษของการนมัสการในมุมมองของพระเจ้ากับมนุษย์จากนี้ไป



Section 5
ใจสำนึกผิด
เขียนโดย บงกช ฮัดซัน

“เครื่องบูชาที่พระเจ้าทรงรับได้คือจิตใจที่ชอกช้ำ จิตใจที่สำนึกผิดและชอกช้ำนั้น
ข้าแต่พระเจ้า พระองค์มิได้ทรงดูถูก” สดุดี
51:17


เมื่อเราดำเนินชีวิตผิดพลั้งไปจากพระบัญญัติของพระเจ้าเหตุเพราะความอ่อนแอของ
เรานั้น เราจะทำอะไรต่อไปจากนั้น เราดื้อดึงทำต่อไปหรือเปล่า เราพยายามแก้ตัวหรือ
เปล่า เราวิ่งหนีพระเจ้าเพราะความอายหรือเปล่า เราเสียใจหรือเปล่า



โดยธรรมชาติของมนุษย์ผู้อ่อนแอจะมีความผิดพลั้งในชีวิตอย่างแน่นอน กิเลสของ
เนื้อหนังล่อลวงเราให้หลงจากพระเจ้าอยู่ทุกวัน ความบาปมันจ้องคอยจะตะครุบเรา
อยู่ทุกเมื่อ ถ้าเราไม่เย่อหยิ่ง เราจะสำนึกผิดเมื่อทำผิด ความเสียใจที่นำให้เรากลับใจ
ใหม่จะเกิดขึ้นภายในของเรา เราเรียกความเสียใจเช่นนี้ว่าเป็นความเสียใจอย่างที่
พระเจ้าทรงชอบพระทัย



การดำเนินชีวิตในความบาปแต่ยังปฏิบัติกิจทางศาสนาเช่นการไปโบสถ์ ร้องเพลง
ถวายทรัพย์ เข้ากลุ่มเซล คงยังไม่สามารถจุดไฟแห่งหัวใจที่นมัสการพระเจ้าให้มี
ชีวิตขึ้นมาได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว พระเจ้าจะส่งไฟลงมาเผา(รับ)เครื่องบูชาของเรา
ได้อย่างไร แหละนี่เองที่จิตใจสำนึกผิดเป็นประตูที่จะนำเราไปสู่การนมัสการพระเจ้า
มิใช่กิจกรรมโปรแกรมที่วางไว้



นี่เป็นสิ่งที่ผู้เชื่อจะเรียนรู้ว่า เมื่อทำผิดต้องถ่อมใจลงกลับใจ และเข้ามานมัสการพระเจ้า
เพราะหากว่าเราไม่มีการสำนึกผิดและกลับใจเราก็ยังนมัสการความอ่อนแอฝ่ายเนื้อหนัง
หรือที่เรียกว่ากิเลสตัณหาแทน และเรากำลังยอมให้สิ่งนั้นมีอำนาจเหนือชีวิตของเราแทน
พระเจ้า จิตวิญญาณของเราเทิดทูนบูชาพระเจ้ามากเพียงใดก็จะเห็นได้เมื่อคราวนี้เอง
ที่เราถ่อมใจลงสำนึกผิดและกลับมาหาพระองค์

อาเมน



 

 

 

รักพระเยซูทำให้ชนะตัวเองได้


รักพระเยซูในที่นี้ไม่ได้เขียนย่อลงเหมือนในทำนองเพลงที่จำกัดเนื้อที่ ที่มักจะเขียน
ในความหมายว่ารัก(ของ)พระเยซู แต่มีความหมายว่าคุณรักพระเยซูทำให้คุณชนะ
ใจตัวคุณเองได้



สำหรับยุคสมัยนี้ มันเป็นแนวความคิดที่ใหม่ไปจากคนสมัยก่อนที่มักจะพูดเพียงว่า
ความรักของพระเยซู ทำอะไรให้กับเราบ้าง เป็นภาพเดียวกับช่วงบทแรกๆ ของบท
เพลงโซโลมอนที่จะบรรยายถึงความรักของชายต่อหญิง แต่มาในวันนี้เรากำลังก้าว
มาถึงบทปลายๆ ที่จะบรรยายถึงความท้าทายที่ฝ่ายหญิงจะตามชายนั้นอย่างสุด
กำลังสุดความคิดบ้าง



เคยมีคนที่มีพฤติกรรมเสพติดบางอย่างในชีวิตเป็นพยานถึงความพ่ายแพ้ต่อการทด
ลองที่เขาไม่เคยเอาชนะใจตัวเองได้เลย จนเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า
ปีแล้วปีเล่า พระเจ้าผู้ทรงปล้ำสู้กับคนบาปก็มิได้ทรงยอมให้เขาคลุกอยู่กับความบาปจน
มันกลายเป็นเหมือนดินพอกหางหมู มันดูสกปรกและทำให้เขาหนักลงไปทุกที จนมาถึง
วันหนึ่งความท้าทายอย่างบทเพลงโซโลมอนในช่วงปลายก็มาถึงเขา... “ฉันรักพระเยซู
เพียงใด” และในที่สุด คนคนนี้ก็ต้องยอมจำนนกับพระเจ้าอีกครั้ง คิดเสมอว่า
เขารักพระเยซูเพียงใดแล้วบังคับใจปฏิเสธสิ่งล่อลวงเหล่านั้น



หากจะเปรียบชีวิตที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่แล้วเป็นเหมือนผ้าสีขาวสักผืน พฤติกรรมแย่ๆ
ก็เป็นรอยปาดเปื้อนที่ทำให้ผ้าหมองไม่สะอาดตา พระเยซูทรงไถ่เราไว้แล้วเหตุใดเราจึง
ยอมให้พฤติกรรมเหล่านั้นมาทำให้ชีวิตของเราสกปรกได้ จงรักษาชีวิตให้บริสุทธิ์ เพราะ
ว่าพระเยซูทรงทำให้เราบริสุทธิ์แล้ว เชื่อเถิดว่าถ้าคุณรักใครสักคนคุณก็ทำเพื่อคนนั้นได้
ไม่ว่าจะยากเย็นเพียงใด ความรักมิใช่เพียงคำพูดแต่เป็นการแสดงออกให้เห็นว่ารักจริงๆ




บงกช ฮัดซัน

 

 

 

 

 

คำถาม “การนมัสการพระเจ้าในโบสถ์มีพลังมากกว่าการนมัสการพระเจ้าในสถานที่อื่นๆ หรือไม่?


คำตอบ
เราเคยคุยกันมาบ้างแล้วว่า พระเจ้ามิได้ทรงสถิตอยู่ในสถานที่ใดใดที่มนุษย์สร้างขึ้น
ฉะนั้นเราจึงไม่ควรจำกัดความยิ่งใหญ่ของพระองค์ว่าจะอยู่ที่ใดเป็นพิเศษกว่าอีกที่หนึ่ง
เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณทรงสถิตอยู่ทุกแห่งหน ทรงเป็นพระเจ้าของทุกสิ่ง
โลกและสรรพสิ่งในนั้นเป็นของพระองค์ แต่บุตรหลงหายทั้งหลายเอาของพระบิดาไปใช้
อย่างฟุ่มเฟือยและผิดทาง



การนมัสการพระเจ้าที่มีพลังหรือที่พระเจ้าจะทรงยอมรับและทรงปรารถนาจากมนุษย์
ก็คือการนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง จิตวิญญาณของเราอยู่ที่หนึ่งขณะที่
ตัวเรา(เนื้อหนัง)อยู่อีกที่หนึ่งหรือเปล่า เปล่าเลย ตัวเราไปที่ใดจิตวิญญาณของเราก็อยู่
กับตัวเรานี่แหละ ฉะนั้น มันจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่เลยแต่ขึ้นอยู่กับตัวเราต่างหาก



ในปัจจุบัน มีหลายอย่างต้องทำเพื่อเรื่องการนมัสการไม่ว่าจะการฝึกซ้อมนักร้องนักดนตรี
การเตรียมเพลง การทำเนื้อเพลง การร่ายรำ การจัดเวที เครื่องเสียง เครื่องดนตรี เป็นงาน
ใหญ่ก็ได้ หรืองานง่ายๆ กีต้าร์หนึ่งตัว สิ่งเหล่านี้สำคัญแต่จะให้สำคัญไปกว่าการนมัสการ
จากจิตวิญญาณและความจริงของเราไม่ได้เลย



บงกช ฮัดซัน



Previous Articles :
2010 มิถุนายน-กรกฎาคม
2010 เมษายน-พฤษภาคม
2010 กุมภาพันธ์ - มีนาคม
2009 ธันวาคม - 2010 มกราคม
2009 ตุลาคม - พฤศจิกายน
2009 สิงหาคม - กันยายน
2009 มิถุนายน - กรกฎาคม
2009 เมษายน - พฤษภาคม
2009 กุมภาพันธ์ - มีนาคม
2008 ธันวาคม - 2009 มกราคม
2008 ตุลาคม - พฤศจิกายน

2008 สิงหาคม - กันยายน

2008 มิถุนายน - กรกฎาคม



 

 

 

 

 
i
นมัสการ
เพลง
แบ่งปัน

 

Albums

ไหลลงมา (2001)

ข้าจะรักและบูชา (2004)

เหนือโลกา (2006)

Leadsheets