ฉบับ สิงหาคม - กันยายน 2009  

s

 

การนมัสการกับจิตวิญญาณ
เขียนโดย บงกช ฮัดซัน

เราสามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อกันและกันได้ เช่น ภรรยาทำอาหาร ซักผ้าให้
สามีและลูก คุณพ่อดูแลคุณลูกให้คุณแม่ เพื่อนๆ จัดเก้าอี้เพื่อการประชุมที่จะเกิดขึ้น
ในวันถัดไป พนักงานรับส่งสารไปรับเอกสารเพื่อนายจ้าง นายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทน
เพื่อช่วยดูแลความเรียบร้อยของประเทศชาติ



แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่มนุษย์คนหนึ่งไม่สามารถทำแทนมนุษย์อีกคนหนึ่งได้ นั่นก็คือการ
นมัสการพระเจ้า เราสามารถอธิษฐานเพื่ออีกคนหนึ่งได้ เรารับภาระของกันและกันได้
เรารับใช้ซึ่งกันและกันได้ เราไปประกาศและเลี้ยงดูเยี่ยมเยียนแทนเพื่อนที่ไม่สบายได้
แต่ว่าเราไม่สามารถนมัสการพระเจ้าเพื่ออีกคนหนึ่งได้ เป็นเรื่องสำคัญเฉพาะในความ
สัมพันธ์ระหว่างบุคคลนั้นเองกับพระเจ้า



บางคนชี้แจงว่ามนุษย์มีร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ แต่บางคนชี้แจงว่ามนุษย์มี
เพียงร่างกายและจิตวิญญาณเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงของทั้งสองขั้วนี้ไม่
ได้ลบความจริงที่ว่าเรานมัสการพระเจ้าด้วยจิตวิญญาณ   ในภาษาเดิม (ฮีบรู) ให้ความ
หมายของคำว่าจิตวิญญาณว่า “ตัวแท้จริงของมนุษย์” ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าร่างกาย
นี้จะกลับคืนสู่สภาพเดิมคือผงคลีเมื่อหมดลมหายใจ หากทว่าจิตวิญญาณนั้นยังอยู่
ต่อไปเพื่อรอการพิพากษาหรือเพื่อการร่วมฉลองในวันมงคลสมรสของพระเมษโปดก
  


ขณะเมื่อเรานมัสการเราก็ไม่ต้องรู้สึกว่ากำลังลอยๆ หรือมีอะไรที่แปลกไปจากเดิมจาก
ปกติวิสัยนัก เพียงแต่ให้ส่วนลึกที่สุดที่จะลึกได้นั้นเต็มไปด้วยความจริงต่อพระเจ้า
การเอ่ยกล่าวว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าหรือการคุกลงก้มกราบต่อพระองค์นั้นสำคัญ
ว่าต้องมาจากส่วนลึกที่เต็มไปด้วยความจริง ทั้งการแสดงออก การเปล่งคำ และความ
รู้สึกทั้งมวล และนมัสการเช่นนั้นได้อย่างไม่มีความจำกัดด้านสถานที่หรือเวลา เพราะ
เมื่อพบพระเจ้าแล้วใครจะยืนอยู่ได้ไม่ว่าจะในสถานที่ใดหรือเวลาใดก็ตาม


กล่าวอย่างนี้ว่า ตัวตนแท้จริงของมนุษย์มีอยู่ในมนุษย์ทุกคนแน่นอน เพราะพระเจ้าให้
ทุกคนนมัสการพระเจ้าได้ดังคำที่ว่า ทุกเข่าจะคุกลงกราบและทุกลิ้นจะยอมรับว่าพระ-
เยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นจริงตามคำตรัสของพระองค์
มนุษย์จะได้เห็นพระเยซูเสด็จกลับมาเหนือเมฆด้วยเสียงแตรดังและประทับบนพระที่นั่ง
แห่งการพิพากษา มีใครหรือจะปฏิเสธได้ และจิตวิญญาณของทุกลิ้นและทุกเข่านั้นจะ
นมัสการพระเจ้าอย่างแท้จริงอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลย
อาเมนและอาเมน

 

 

 

ไม้เรียวหรือ?

“อย่าละเลยการตีสอนเด็ก เพราะถ้าเจ้าตีเขาด้วยไม้เรียว เขาจะไม่ตาย
ถ้าเจ้าตีเขาด้วยไม้เรียว เจ้าจะช่วยชีวิตเขาให้พ้นจากแดนคนตาย”  สุภาษิต 23:13-14


คุณพ่อคุณแม่ต้องการสติปัญญาเพื่อการเลี้ยงดูบุตรของตน และนี่เป็นคำกล่าวของผู้
ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน เป็นผู้ที่เชื่อในพระเจ้าด้วย และที่สำคัญคือคำสอนนี้ถูกบันทึกไว้
เป็นส่วนหนึ่งในพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่ถือว่าเป็นคำตรัสของพระเจ้า

มีผู้ปกครองที่ตั้งคำถามให้ตนเองว่า “ทำไมเราต้องใช้ความรุนแรงกับลูก” “เราต้องตี
ลูกด้วยหรือ” จากคำถามเหล่านี้เองทำให้เรารู้ตัวเองว่าต้องมีการแยกแยะเหตุผลทาง
ความคิดและอารมณ์ในการปฏิบัติให้ชัดเจน กล่าวคือหากผู้ปกครองเชื่อข้อพระคำข้อ
นี้และต้องการจะถือปฏิบัติตามในชีวิตจริง ผู้ปกครองก็จักต้องทำอย่างมีสติและมี
ขอบเขตในความปลอดภัยทั้งในด้านจิตใจและร่างกายของบุตร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้อง
เชื่อว่าการตีสอนมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้เด็กรู้จักความดีและความชั่ว มิใช่เพื่อการ
ระบายอารมณ์ของผู้ใหญ่เอง

ข้อพระคำสองข้อนี้มีการกล่าวซ้ำความหมายกันและกัน เน้นย้ำการใช้ไม้เรียวจริงๆ ใน
การตี  คนไทยสมัยก่อนก็จะมีไม้มะยมไว้ประจำบ้านเพื่อตีเด็กในบ้านที่ทำความผิดเช่น
กัน  หนทางข้างหน้าของการละเลยการตีเพื่อสอนให้รู้จักดีชั่วนั้นคือความตายและความ
หายนะ ซึ่งจะปรากฎขึ้นไม่เร็วก็ช้า ไม่รุนแรงทางกายภาพก็ภายใน อาจไม่มีรอยช้ำที่
ผิวหนังในวันนี้แต่วันหนึ่งที่เกิดปัญหาพลันรู้ตัวเมื่อสายแล้วว่าเป็นเพราะตัวเราเองที่มิ
ได้ใส่ใจจริงจังในเรื่องนี้ พระเจ้าตรัสถึงผู้ปกครองเช่นนี้ว่า พ่อที่ไม่ตีสอนลูกนั้นเป็นพ่อ
อย่างไร และพระองค์เองทรงเป็นแบบอย่างในการตีสอนบุตรด้วยความรักในฐานะของ
พระบิดา

โลกนี้มีความบาปชั่วที่คอยจะตะครุบทำร้ายคนทุกคน  วัยรุ่นคือวัยที่อยากรู้อยากลอง
ผู้ปกครองจึงควรตระหนักถึงเวลาการตีสอนลูกอย่างจริงจังในวัยเด็ก พร้อมกันนี้ผู้ปก-
ครองจักต้องเติมความสมดุลย์ของชีวิตด้วยการกล่าวชมเชยให้รางวัลเมื่อทำความดี
การโอบกอดสัมผัส การสนุกหัวเราะในกิจกรรมที่ทำร่วมกัน   และนี่แหละ คือความรับ
ผิดชอบที่มาพร้อมกับการเป็นพ่อแม่ที่จะสอนบุตรของตนในทางที่เขาควรจะเดินไป
  

บงกช ฮัดซัน

 

 

 

 

 

คำถาม
ถ้าจะเป็นผู้นำนมัสการจะต้องทำให้ตัวเองมีระดับจิตวิญญาณอย่างไร?


คำตอบ
เป็นคำถามที่ดีทีเดียว เพราะว่าคริสตจักรทุกแห่งต่างตระหนักถึงคุณลักษณะของผู้นำ
ตามหลักข้อเชื่อในพระคัมภีร์ เป็นการดีทีเดียวที่ผู้นำนมัสการจะตระหนักว่าตนนั้นควร
ดำเนินไปอย่างไรเมื่อเข้ามาทำงานในส่วนนี้


เราจะเปลี่ยนจากการใช้คำว่าระดับจิตวิญญาณมาใช้คำว่าความเป็นผู้ใหญ่ในพระเจ้า
กันก่อนเห็นจะเหมาะกว่า ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการจัดจุดยืนของตัวเองว่าอยู่เหนือหรือต่ำ
กว่าบุคคลอื่น แต่มุ่งไปที่การทำงานเพื่อรับใช้ผู้อื่นให้ไปถึงความไพบูลย์ของพระคริสต์
และ  แน่นอนว่าเมื่อเราเป็นผู้นำ บทบาทและหน้าที่ก็มีตามมา คุณลักษณะที่ดีก็เป็นอีกสิ่ง
ที่เราจะต้องเติบโตขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้คริสตจักรมีความเรียบร้อยและถวายเกียรติแด่พระเจ้า
 

  
ในเรื่องนี้ จะขอชี้ให้เห็น 2 ด้านของการเติบโตคือ ด้านความเป็นผู้ใหญ่ในพระเจ้าและ
ด้านทักษะความสามารถในการใช้ดนตรีเพื่อการนมัสการ   ด้านจิตวิญญาณนั้น แน่นอน
ว่าเราไม่ควรขาดการเป็นผู้นำในฝ่ายวิญญาณได้ในด้านการนมัสการ เราต้องรู้ตัวเองว่า
เรามีความต้องการการเติบโตขึ้นในด้านฝ่ายวิญญาณ ซึ่งไม่ใช่สิ่งยากเลย มันใช้เวลา
แล้วก็อาจมีการทำผิดพลาดในบางครั้งด้วยซ้ำ แต่ไม่ว่าในเวลาที่เรารู้สึกเข้มแข็งหรือ
อ่อนแอ ทำได้ดีหรือไม่ได้เรื่อง ทุกอย่างนั้นจะช่วยให้เราเติบโตขึ้นทั้งสิ้น


ส่วนด้านของการปฏิบัติ ต้องยอมรับว่าดนตรีมีบทบาทอย่างมากในการมาร่วมกัน
นมัสการพระเจ้า เพราะเราสามารถมาร่วมกันปรบมือ ร้องเพลง และเต้นรำแสดง
ความชื่นชมยินดีถวายแด่พระเจ้าด้วยการใช้สิ่งนี้ได้   สาระสำคัญของการใช้ดนตรี
นี้คริสตจักรมีอิสระและเสรีภาพในเรื่องการใช้ดนตรีที่อยากจะใช้เพื่อแสดงออกการ
สรรเสริญและนมัสการพระเจ้าร่วมกัน อยากสนับสนุนให้ผู้นำนมัสการใช้ภาษาท้องถิ่น
และเครื่องดนตรีที่จับใจชาวพื้นบ้านพื้นเมือง จะทำให้ทุกคนสามารถถ่ายทอดความ
จริงที่มีต่อพระเจ้าออกมาได้อย่างสุดใจและเต็มที่ ไม่ว่าผู้เล่นดนตรีเองหรือผู้ร้องก็ตาม
จะช่วยลดความอ่อนแอของคริสตจักรในด้านปฏิบัติดนตรีตามสไตล์ตะวันออกได้มาก
ทีเดียว ทั้งนี้ ก็ให้เป็นไปตามการตัดสินใจของคริสตจักรเองและพัฒนาฝีมือไปตามทาง
นั้นๆ



ขอย้ำเตือนด้วยความรักว่า การเติบโตขึ้นในพระเจ้านั้นไม่มีปริญญาหรือระดับสูงสุดได้
มนุษย์มีความจำกัดในการรับรู้และเข้าใจพระเจ้าได้ทั้งหมด พระเจ้าคือผู้ที่จะสำแดง
พระองค์เองต่อบุคคล ซึ่งมีพระสัญญาของพระองค์ที่อยากจะกล่าวไว้อีกครั้งคือ “เมื่อ
เจ้าแสวงหาเราเจ้าจะพบเรา เมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า”     ดังนี้เอง เรา
ทุกคนจะเติบโตมากขึ้นมากขึ้นไปได้เรื่อยๆ ตราบเท่าที่ชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งจะยัง
แสวงหาพระพักตร์ของพระเจ้าเมื่ออยู่ในโลกนี้



รู้เช่นนี้แล้ว ก็เดินหน้ากันต่อไป ทั้งในด้านฝ่ายวิญญาณ เช่นการมีคุณลักษณะที่แสดง
ออกถึงความเป็นผู้ใหญ่ในพระเจ้า ผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในเรา ความรู้พระวจนะ
และฝึกซ้อมการปฏิบัติ การมีพี่เลี้ยงที่เป็นผู้ใหญ่ในพระเจ้า การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ฟังถาม
ผู้ที่มีประสบการณ์เพื่อเปิดโลกทัศน์การมองเห็น  ชื่นชมยินดีกับงานที่พระเจ้าทรงมอบ
ให้ เพราะพระองค์ทรงเลือกแล้วไม่ทรงเปลี่ยนพระทัย

บงกช ฮัดซัน



Previous Articles :

2009 มิถุนายน - กรกฎาคม
2009 เมษายน - พฤษภาคม
2009 กุมภาพันธ์ - มีนาคม
2008 ธันวาคม - 2009 มกราคม
2008 ตุลาคม - พฤศจิกายน

2008 สิงหาคม - กันยายน

2008 มิถุนายน - กรกฎาคม



 

 

 

 

 
i
นมัสการ
เพลง
แบ่งปัน

 

Albums

ไหลลงมา (2001)

ข้าจะรักและบูชา (2004)

เหนือโลกา (2006)

Leadsheets