
ไม้เรียวหรือ?
“อย่าละเลยการตีสอนเด็ก เพราะถ้าเจ้าตีเขาด้วยไม้เรียว เขาจะไม่ตาย
ถ้าเจ้าตีเขาด้วยไม้เรียว เจ้าจะช่วยชีวิตเขาให้พ้นจากแดนคนตาย” สุภาษิต 23:13-14
คุณพ่อคุณแม่ต้องการสติปัญญาเพื่อการเลี้ยงดูบุตรของตน และนี่เป็นคำกล่าวของผู้
ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน เป็นผู้ที่เชื่อในพระเจ้าด้วย และที่สำคัญคือคำสอนนี้ถูกบันทึกไว้
เป็นส่วนหนึ่งในพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่ถือว่าเป็นคำตรัสของพระเจ้า
มีผู้ปกครองที่ตั้งคำถามให้ตนเองว่า “ทำไมเราต้องใช้ความรุนแรงกับลูก” “เราต้องตี
ลูกด้วยหรือ” จากคำถามเหล่านี้เองทำให้เรารู้ตัวเองว่าต้องมีการแยกแยะเหตุผลทาง
ความคิดและอารมณ์ในการปฏิบัติให้ชัดเจน กล่าวคือหากผู้ปกครองเชื่อข้อพระคำข้อ
นี้และต้องการจะถือปฏิบัติตามในชีวิตจริง ผู้ปกครองก็จักต้องทำอย่างมีสติและมี
ขอบเขตในความปลอดภัยทั้งในด้านจิตใจและร่างกายของบุตร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้อง
เชื่อว่าการตีสอนมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้เด็กรู้จักความดีและความชั่ว มิใช่เพื่อการ
ระบายอารมณ์ของผู้ใหญ่เอง
ข้อพระคำสองข้อนี้มีการกล่าวซ้ำความหมายกันและกัน เน้นย้ำการใช้ไม้เรียวจริงๆ ใน
การตี คนไทยสมัยก่อนก็จะมีไม้มะยมไว้ประจำบ้านเพื่อตีเด็กในบ้านที่ทำความผิดเช่น
กัน หนทางข้างหน้าของการละเลยการตีเพื่อสอนให้รู้จักดีชั่วนั้นคือความตายและความ
หายนะ ซึ่งจะปรากฎขึ้นไม่เร็วก็ช้า ไม่รุนแรงทางกายภาพก็ภายใน อาจไม่มีรอยช้ำที่
ผิวหนังในวันนี้แต่วันหนึ่งที่เกิดปัญหาพลันรู้ตัวเมื่อสายแล้วว่าเป็นเพราะตัวเราเองที่มิ
ได้ใส่ใจจริงจังในเรื่องนี้ พระเจ้าตรัสถึงผู้ปกครองเช่นนี้ว่า พ่อที่ไม่ตีสอนลูกนั้นเป็นพ่อ
อย่างไร และพระองค์เองทรงเป็นแบบอย่างในการตีสอนบุตรด้วยความรักในฐานะของ
พระบิดา
โลกนี้มีความบาปชั่วที่คอยจะตะครุบทำร้ายคนทุกคน วัยรุ่นคือวัยที่อยากรู้อยากลอง
ผู้ปกครองจึงควรตระหนักถึงเวลาการตีสอนลูกอย่างจริงจังในวัยเด็ก พร้อมกันนี้ผู้ปก-
ครองจักต้องเติมความสมดุลย์ของชีวิตด้วยการกล่าวชมเชยให้รางวัลเมื่อทำความดี
การโอบกอดสัมผัส การสนุกหัวเราะในกิจกรรมที่ทำร่วมกัน และนี่แหละ คือความรับ
ผิดชอบที่มาพร้อมกับการเป็นพ่อแม่ที่จะสอนบุตรของตนในทางที่เขาควรจะเดินไป
บงกช ฮัดซัน
้