ฉบับ เมษายน - พฤษภาคม 2009  

s

 

การนมัสการกับการกลับใจใหม่
เขียนโดย บงกช ฮัดซัน

เมื่อเราพูดคำว่า “การกลับใจใหม่”  เราจะจัดหมวดหมู่ไว้ในสมองว่าเป็นเรื่องของการดำเนินชีวิตไม่น่าจะ
เกี่ยวข้องกับการนมัสการ  และจะคิดถึงการกลับใจใหม่ตอนที่เราอธิษฐานรับพระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้า
ของเราแล้วเมื่อเรียนพระคัมภีร์มากอีกนิด เราก็จะได้ยินว่าให้กลับใจใหม่เมื่อทำผิดบาป แต่เราเคยรู้ไหม
ว่าทุกอย่างนี้เกี่ยวข้องกับการนมัสการพระเยซูคริสต์ทั้งสิ้น และนี่เอง การกลับใจใหม่จึงเป็นส่วนหนึ่ง
ในการดำเนินชีวิตของผู้นมัสการพระเจ้าอยู่เสมอ

การกลับใจใหม่สามารถเกิดขึ้นหลายๆ ครั้งในชีวิตหนึ่งเดียวของเรานี้ เมื่อเราเชื่อว่าองค์พระเยซูคริสต์
ทรงเป็นพระเจ้านั้นเราก็ถือเสมือนว่าได้บังเกิดใหม่ในฝ่ายวิญญาณจิตเพื่อรับชีวิตนิรันดร์ในฝ่ายวิญญาณ
จิต  ในขณะเดียวกัน เรายังมีฝ่ายเนื้อหนังของเราเองที่ยังเป็นศัตรูกับฝ่ายวิญญาณใหม่ของเรานี้ กิเลส
ตัณหาของเราเองเป็นตัวล่อลวงให้เราทำบาป เหตุนี้เอง เราจึงต้องเอาใจใส่กับเรื่องการกลับใจใหม่ของเรา
ถอดชีวิตเก่าทิ้ง และแสวงหาสิ่งที่อยู่เบื้องบนแทน

ในพระคัมภีร์มีบันทึกชีวิตของผู้นมัสการพระเจ้าไว้มากมาย มีทั้งคนที่นมัสการพระเจ้าแต่เพียงภายนอก
และมีทั้งคนที่นมัสการพระเจ้าด้วยใจจริง ทั้งนี้คนที่นมัสการพระเจ้าด้วยใจจริงก็ยังมีบางช่วงของชีวิตที่
ทำผิดพลาดเหมือนกัน แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือเขาแสดงการกลับใจใหม่ พระเจ้ามีพระประสงค์ที่จะให้เรา
บริสุทธิ์ ฤทธิ์พระโลหิตชำระให้เราบริสุทธิ์ แล้วเมื่อพระเจ้าบอกเราถึงสิ่งที่สกปรกในชีวิตของเรานั่นจึงเป็น
เรื่องที่น่ายินดี เพราะจะทำให้เราได้กลับมาถึงจุดที่มีการนมัสการพระเจ้าอย่างแท้จริงในที่สุด

ตัวอย่างเหตุการณ์ในชีวิตของกษัตริย์ดาวิดเมื่อทำผิดศีลธรรมทางชู้สาวจนถึงกับมีการดับชีวิตของสามี
นางไปนั้น (2 ซามูเอล 11-12) พระเจ้าทรงใช้ผู้เผยพระวจนะนาธันที่จะบอกกับดาวิดว่าเรื่องนี้ดาวิดไม่ให้
เกียรติกับพระเจ้า ในเหตุการณ์นี้บทเพลงสดุดีบทที่ 51 แสดงให้เห็นว่าดาวิดกลับใจใหม่ ยอมรับในสิ่งที่
ตนทำผิดไป ในข้อที่ 16-17 ดาวิดเขียนบทสดุดีไว้ว่า “เพราะพระองค์มิได้ประสงค์เครื่องสัตวบูชา มิฉะนั้น
ข้าพระองค์จะถวายให้ พระองค์มิได้พอพระทัยเครื่องเผาบูชา เครื่องบูชาที่พระเจ้าทรงรับได้คือจิตใจที่
ชอกช้ำ จิตใจที่สำนึกผิดและชอกช้ำนั้น โอข้าแต่พระเจ้า พระองค์มิได้ทรงดูถูก” เชื่อว่าดาวิดเข้าใจเรื่อง
นี้ดีเพราะคงจะเห็นจากชีวิตของกษัตริย์ซาอูลมาแล้วด้วย

เราจะใช้อะไรเป็นเครื่องชี้ให้เรารู้ว่าเราต้องกลับใจใหม่ พระวจะนะของพระเจ้าเป็นไม้บรรทัดที่วางอยู่
ระหว่างฝั่งอธรรมและฝั่งชอบธรรม ถ้อยคำของพระองค์เอง เมื่อเราอ่านพระวจนะ อย่าให้เราเพียงแต่ขีด
เส้นใต้ข้อพระคัมภีร์ที่เราชื่นชมหรือเพื่อจะเห็นได้ชัดๆ แต่ให้จารึกถ้อยคำนั้นไว้บนหัวใจของเราด้วย เรียน
รู้ที่จะไม่ข้ามเส้นไป แต่หากเราถูกล่อให้หลงไปนั้นเราก็ต้องกลับเข้ามาในเส้นที่เป็นฝั่งความชอบธรรม
เพราะว่าเราคือผู้ชอบธรรม การกลับใจใหม่มิใช่เป็นการเสียหน้าหรือเสียความเป็นตัวของตัวเองไป แต่เป็น
การคงไว้ซึ่งตัวตนที่แท้จริงที่เราเป็นต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้าแล้วคือ ที่พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์
เพื่อเราจะได้ถูกเรียกว่าเป็นผู้ชอบธรรม

ดังนี้เอง เราจึงถือว่าการกลับใจใหม่มิใช่มีสำหรับผู้ที่ทำผิดบาปใหญ่ๆ แต่มันเป็นเข็มทิศที่ยืนยันว่าเรา
กำลังไปถูกทางแล้ว เพราะผลแห่งการกลับใจนั้นมีสิ่งดีๆ มากมาย ไม่ว่าจะการลบล้างบาป การยกชู
การชำระให้สะอาด การรักษา ทั้งยังมีพรอีกนานาประการ สิริ สง่าราศี และรังสีแห่งความชอบธรรมจะ
อยู่กับเราตลอดเป็นนิตย์ เหมือนกับคนสวมชุดสีขาวที่ยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้าที่ได้รับการชำระ
ด้วยฤทธิ์พระโลหิตของพระเยซูคริสต์ และนมัสการพระเจ้าตลอดไป

 

 

 

เชื่อและอดทน


“พี่น้องทั้งหลาย เมื่อท่านประสบความทุกข์ยากลำบากก็จงถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี
เพราะท่านรู้ว่าการทดสอบความเชื่อของท่านนั้นทำให้เกิดความอดทน” ยากอบ 1:2,3

วันนี้เราได้รับการทดสอบความเชื่อของเราผ่านเหตุการณ์ใดบ้าง  ความเชื่อที่ว่านี้คืออะไร ความเชื่อนี้
ก็คือเรายังคงเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ว่าจะต้องเผชิญกับสิ่งใดที่ยากลำบากก็ตาม   ข้างในลึกๆ
ของเราวิ่งตรงเข้าไปหาพระเจ้าอย่างเชื่อมั่นหรือว่าเรากำลังเสาะแสวงหาทางอื่นที่เราหวังว่าจะช่วย
เราได้โดยไม่ต้องการพระเจ้าอีกแล้ว

พระคัมภีร์ข้อนี้หนุนใจว่าเราจะต้องอดทน ความเชื่อของเรามีอยู่ในองค์พระผู้เป็นเจ้า และความอดทน
ของเรามีอยู่เพราะเรายังเชื่อ คือแน่ใจในสิ่งที่ยังมองไม่เห็นว่ามีจริง    หากว่าเราตกงาน ความเชื่อของ
เราคือเราเชื่อว่าจะมีงานหรือเราเชื่อว่าพระเจ้าจะทรงจัดเตรียม   หากว่าเราไม่มีสติปัญญา ความเชื่อ
ของเราคือเราเชื่อว่าจะมีสติปัญญาหรือเราเชื่อว่าพระเจ้าจะให้สติปัญญากับเรา

บางครั้งความกดดันก็อาจทำให้เราตั้งตัวไม่ทัน อาจทำให้เรามุ่งความเชื่อของเราไปในสิ่งที่เราต้องการ
มากกว่าในองค์พระเจ้าผู้ที่เราทูลขอนั้นว่าทรงสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ตามน้ำพระทัยของพระองค์  
หากเราเชื่อว่าพระเจ้ามีจริง พระองค์ทรงยิ่งใหญ่ ทรงเมตตา ทรงรักลูกของพระองค์ และอีกมากมายที่
เป็นพระลักษณะของพระองค์นั้น เราก็ต้องอดทน ยึดมั่นในความเชื่อ และทั้งหมดทั้งสิ้นนี้จะทำให้เราเป็น
ผู้ใหญ่ที่มีความเพียบพร้อมและไม่บกพร่องในสิ่งใด

อดทนให้เหมือนอย่างชาวนาที่อดทนรอคอยฝนจะมาหล่อเลี้ยงให้เกิดพืชผล ยิ่งใกล้วันที่พระเยซู
คริสต์จะกลับมายิ่งจะมีสิ่งที่เราจะต้องอดทน การนมัสการ การอธิษฐาน การประกาศ การเก็บเกี่ยว
การเลี้ยงดูยังคงต้องมุ่งไปอย่างอดทนไม่แพ้กับการดำรงชีวิตให้อยู่รอดในสถานการณ์ต่างๆ  
ขอหนุนใจทุกคนให้มีความเชื่อและอดทนกับความยากลำบาก เราสามารถเลือกที่จะใช้สถานการณ์
เป็นตัวบั่นทอนความเชื่อหรือผลักดันให้เกิดความเชื่อก็เป็นได้ทั้งสองอย่าง และอย่าลืมว่าต้องอดทน
และเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจว่าพระเยซูใกล้จะเสด็จมาแล้ว  
บงกช ฮัดซัน

 

 

 

 

 

คำถาม เมื่อเรามานมัสการพระเจ้า เราจะทำอย่างไรหากมีเรื่องไม่สบายใจ?


คำตอบ การนมัสการไม่ได้กำหนดไว้ว่าเราจะต้องสบายใจก่อนแล้วจึงจะเข้ามาหาพระเจ้าได้ แต่มีข้อ
พระคำที่บอกให้เราเข้าไปด้วยการขอบพระคุณพระเจ้า    เรื่องไม่สบายใจเป็นทั้งประโยชน์และโทษ
ต่อเรา อยู่ที่ว่าเราจะลุกขึ้นอยู่เหนือความไม่สบายใจหรือว่าเราจะอยู่ภายใต้ความไม่สบายใจ  หากจะ
ให้เห็นภาพก็ต้องขอเอ่ยว่า เราจะควบคุมมันหรือจะให้มันครอบครองเรา

บุคคลผู้นมัสการพระเจ้าหลายๆ คนที่มีบันทึกอยู่ในพระคัมภีร์นั้นต่างก็มีเรื่องไม่สบายใจกันทั้งสิ้น
ก็อยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความบาปจะพบกับความสบายใจก็ยากเสียหน่อยและไม่ยั่งยืน แต่ขอบคุณ
พระเจ้าที่เรามีพระเจ้าที่แสนดีในชีวิตของเรา ทำให้เราสามารถพึ่งพิงและรับความช่วยเหลือจาก
พระองค์ได้ เราสามารถมีสันติสุขที่โลกนี้ไม่สามารถให้ได้อยู่กับเราจากพระเจ้าเมื่อเราทูลความ
ปรารถนาทุกอย่างกับพระองค์

ยิ่งเราเอ่ยสรรเสริญพระเจ้าออกมาเราก็ยิ่งมีความเชื่อวางใจในพระเจ้า  ฉะนั้น หากเราไม่สบายใจก็
ให้เราสรรเสริญพระเจ้าอย่างเต็มกำลัง เอาจุดที่เราจดจ่ออยู่นั้นออกไปจากความไม่สบายใจ และจด
จ่อที่พระเจ้าแทนว่าพระองค์คือผู้ใด พระองค์กระทำสิ่งดีเช่นไรบ้าง และเราจะรู้ว่าเราไม่จำเป็นต้อง
แบกความไม่สบายใจนี้ไว้อีกต่อไป เราต้องปล่อยมันไปแล้วรอดูว่าพระเจ้าจะสำแดงพระคุณของ
พระองค์ผ่านความไม่สบายใจนี้อย่างไร

อีกประการหนึ่ง ที่อยากจะหนุนใจก็คือเมื่อเรามาร่วมนมัสการพระเจ้ากับเพื่อนผู้เชื่อหรือผู้นำฝ่ายจิต
วิญญาณ นี่เป็นสิทธิพิเศษที่พระเจ้าให้ไว้ท่ามกลางเรา คือถ้ามีคนหนึ่งชื่นชมยินดีก็ให้เราชื่นชมยินดี
ด้วยกันกับเขา ถ้ามีใครที่เศร้าโศกก็ให้เราร้องไห้กับเขาด้วย  เราจึงไม่ต้องกลัวที่จะเปิดใจเล่าเรื่อง
ราวให้พี่น้องในพระคริสต์ได้อธิษฐานเพื่อเรา   ไม่ต้องกลัวที่จะเป็นภาระให้กับใครเพราะพระเจ้าสอน
ให้เราร่วมแบกภาระของกันและกันในยามยากเสมือนพี่น้อง   การทำเช่นนี้สามารถช่วยให้เรามีเวลา
การนมัสการพระเจ้าร่วมกันอย่างมีความสุขทดแทนความไม่สบายใจนั้นได้อย่างแน่แท้ 
บงกช ฮัดซัน



Previous Articles :

2009 กุมภาพันธ์ - มีนาคม
2008 ธันวาคม - 2009 มกราคม
2008 ตุลาคม - พฤศจิกายน

2008 สิงหาคม - กันยายน

2008 มิถุนายน - กรกฎาคม



 

 

 

 

 
i
นมัสการ
เพลง
แบ่งปัน

 

Albums

ไหลลงมา (2001)

ข้าจะรักและบูชา (2004)

เหนือโลกา (2006)

Leadsheets