|

นมัสการ
Updated: 24-Nov-06
ผู้นมัสการ
"การสื่อสาร"
เวลาที่เรากำลังร่วมกันนมัสการพระเจ้า
กำลังเกิดการสื่อสารขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารระหว่าง
มนุษย์กับพระเจ้า
ผู้นำนมัสการกับผู้นมัสการ ผู้นำนมัสการกับทีมนมัสการ นักดนตรีกับนักร้อง ด้วย
ความเข้าใจที่ว่าทุกคนคือผู้นมัสการพระเจ้า ฉะนั้นไม่ว่าเรากำลังทำหน้าที่อะไรอยู่
ณ เวลานั้น ทุกคน
มีการสื่อสารมุ่งไปที่พระเจ้า และให้เราเข้าใจด้วยว่าพระเจ้าทรงมีการสื่อสารมุ่งมาที่เราด้วยเช่นกัน
พระธรรมข้อหนึ่งที่ให้เราเห็นภาพว่าพระเจ้าทรงอยู่ในขบวนการสื่อสารนี้ด้วย
“...พระองค์ทรงเปรมปรีดิ์
เพราะเจ้าด้วยความยินดี
พระองค์จะทรงรื้อฟื้นเจ้าใหม่ด้วยความรักของพระองค์ พระองค์จะทรงเริงโลด
เพราะเจ้าด้วยร้องเพลงเสียงดัง” (ศฟย.3.17) ในขบวนการสื่อสาร เราไม่ได้เป็นฝ่ายกระทำอยู่ข้าง
เดียว
แต่พระเจ้าทรงเป็นอยู่อีกข้างหนึ่งในการสื่อสารด้วย
การสื่อสารคืออะไร คือ ขบวนการส่งและการรับสารเพื่อแบ่งปัน
“ความหมาย” แก่กันและกัน
คนทั้งสอง
เป็นทั้งผู้พูดและผู้ฟังในขณะเดียวกัน
มนุษย์
ß------------à พระเจ้า
ในขณะที่เรานมัสการพระเจ้านั้น เราสื่อสารบางอย่างถึงพระองค์และพระเจ้าทรงสื่อสารบางอย่างถึงเรา
ด้วยเช่นกัน
ซึ่งอาจเกิดในวิญญาณ เช่นขนาดความเชื่อที่มีมากขึ้น การเยียวยาภายใน
ความมั่นใจใน
ความจริง หัวใจแตกสลาย ความเสียใจต่อการกระทำผิดบาป
ได้รับกำลังในดำเนินในความสว่าง รู้สึกรัก
พระองค์และรู้สึกว่าพระองค์รักเราจริงๆ โดยรับได้ด้วยความช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์
และ
อาจเกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ
เช่นเกิดการหายโรคแบบที่เห็นได้ชัด
เกิดเสียงที่ไม่ได้เกิดจากการ
กระทำของมนุษย์หรือสิ่งของในเวลานั้น และอาจเกิดเพื่อส่วนตัวหรือกลุ่มใหญ่ก็ได้
โดยทั่วไป เราจะใช้บทเพลงหรือคำอธิษฐานเป็นสารที่บรรจุความหมายออกไปจากเราถึงพระเจ้า
อัคร-
ทูตเปาโลได้สอนผู้เชื่อชาวโครินธ์ในช่วงที่มีการใช้ภาษาแปลกๆ กันตลอดเวลาว่า
ควรที่จะอธิษฐาน
ด้วยทางฝ่ายวิญญาณและทางความคิดด้วย
และร้องเพลงฝ่ายวิญญาณและร้องเพลงทางความคิดด้วย
เมื่ออยู่ร่วมกัน ฉะนั้น ในขณะที่ส่งสาร ความคิดของเราจึงทำงาน
สารนั้นเต็มไปด้วย ความหมาย ให้
กับพระเจ้าผ่านทางจิตวิญญาณของเรา ด้วยการร้องบทเพลงร่วมกันหรืออ่านบทสดุดีพระเจ้าร่วมกัน
มีการสื่อสารที่เป็นคำพูดและไม่เป็นคำพูด
เพลง/คำอธิษฐานทำให้เราได้สื่อสารอย่างเป็นคำพูด และ
การแสดงออกทางใบหน้า การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ
ของร่างกายนั้นทำให้เราได้สื่อสารอย่างไม่เป็นคำ
พูด ซึ่งจะเกิดไปพร้อมๆ กันในการสื่อสาร
“เสียงรบกวน” ทำให้ความเข้าใจถึงสารที่ส่งมานั้นด้อยลงหรือตกต่ำลง
เสียงนี้ทำให้เราไม่อยู่ในช่องที่
ติดต่อกับพระเจ้า และเสียงรบกวนนี้สามารถเป็นสิ่งที่ดีและไม่ดีเช่น
เสียงร้องเพลงของตัวเราเองหรือ
ของคนอื่นทั้งที่ถูกคีย์และที่เพี้ยนสุดๆ เสียงดนตรีทั้งที่ไพเราะและที่น่ารำคาญ
ความคิดที่เตลิดออกไป
จากพระเจ้าขณะที่กำลังร้องเพลง/อธิษฐาน
เมื่อนมัสการพระเจ้านั้น จะเป็นไปได้อย่างไรที่ความคิดจิตใจและร่างกายนี้จะไม่เป็นหนึ่งเดียวกับจิต
วิญญาณ ยน.4
นั้นกำลังให้เราเห็นว่าสถานที่ ไม่ใช่ที่พระเจ้าสถิตอีกต่อไปแล้ว ที่มนุษย์จะต้องไปบน
ภูเขาหรือที่กรุงเยรูซาเล็มเพื่อนมัสการพระองค์
แต่เป็นในจิตวิญญาณของเราที่เราเข้าไปพบพระองค์ผู้
ทรงเป็นพระิวิญญาณ และอย่าลืมว่าให้เรามีการสื่อสารที่ดีคือที่จะเป็นทั้งผู้พูด(กับพระเจ้า)และผู้ฟัง
(พระเจ้าตรัส)ในขณะเดียวกัน
เพราะพระเจ้าปิติยินดีในเราและเราปิติยินดีในพระเจ้าของเรา
Archive:
ตุลาคม ผู้นมัสการ
|