“ห่างแต่ใกล้”
ชีวิตของผู้รับใช้หลายท่านได้หนุนใจคนของพระเจ้าที่จะอ่านพระคัมภีร์
และที่มากยิ่งกว่านั้นก็คือขอให้เป็นเวลาที่เราจะได้รับการเปิดเผยจากพระเจ้า
ซึ่งเป็นสิ่งที่ดิฉันจะยึดไว้เสมอว่าการอ่านพระคัมภีร์ไม่ควรจบอยู่แค่ที่ความรู้
ในหัวสมอง
แต่ขอการเปิดเผยเพื่อรู้จักพระเจ้าและเข้าสัมพันธ์สนิทในจิตใจ
มากขึ้นทุกครั้งโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์
เมื่อไม่นานมานี้
มีการเปิดเผยหนึ่งที่แตะใจของดิฉันมาก คำคำหนึ่งเป็น
คำภาษากรีกที่ดิฉันได้ยินหลายครั้งแล้ว
ได้อ่านซ้ำหลายครั้งแล้ว มีความ
เข้าใจระดับหนึ่งแล้ว แต่ดิฉันก็พบว่ายังมีพื้นที่ว่างสำหรับการเข้าในความ
ลึกซึ้งกับพระเจ้าอีกระดับหนึ่งได้เสมอ
ที่จะได้รู้จักพระลักษณะและน้ำพระทัย
ของพระองค์มากขึ้นในทุกวันนั้นเป็นจริงเสมอ
มีวันหนึ่งที่ดิฉันและสามีเช่าหนังภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นจากชีวิตจริง
เป็นเรื่อง
เกี่ยวกับสุนัขแปดตัวซึ่งเจ้าของรักสุนัขของเขามาก ในหนังมีฉากที่แสดง
ให้เห็นถึงความสัมพันธ์
ความผูกพันระหว่างเจ้าของกับสุนัข มีภาพที่แสดง
ถึงความห่วงใยและความอาลัยถึงกันและอันเนื่องจากความผูกพัน
เป็นภาพ
ที่น่าประทับใจ และทำให้ดิฉันคิดถึงคำว่า “พรอสคูนิโอ” ของภาษากรีกที่
แปลว่านมัสการ
ชื่อเรื่อง
“ห่างแต่ใกล้” นั้นเป็นความรู้สึกของดิฉันจากความหมายของคำว่า
นมัสการ
ของภาษากรีก ความหมายของคำนี้สามารถให้ความหมายเชิง
เปรียบเทียบและหรือความหมายตรงตามคำก็ได้คือเข้าไปยังเจ้านายเพื่อที่
จะจุบ เหมือนสุนัขที่กำลังเลียมือของเจ้านาย
ที่จะแสดงความชอบหรือขอ
ความสงสาร หมอบตัวราบในความจงรักภักดี เคารพรัก
บูชา เช่นกราบไหว้
ดิฉันเคยเข้าใจประโยคเหล่านี้อยู่ที่หัวสมองเท่านั้นเอง
พระวิญญาณของพระเจ้าทำให้ภาพสุนัขกับเจ้าของสุนัขวนเวียนอยู่ในความ
คิดของดิฉันช่วงเวลาหนึ่ง
แล้วดิฉันก็เริ่มเกิดรู้สึกอัศจรรย์ใจถึงสิ่งที่ไม่น่าเป็น
ไปได้แต่มันมีจริง
นั่นก็คือในสภาพที่มีความต่างกันระหว่างเจ้าของกับสุนัขนั้น
มีความสัมพันธ์ที่เชื่อมทั้งสองฝ่ายไว้ด้วยกัน
เมื่อคิดอย่างนี้ก็ทำให้หัวใจของ
ดิฉันละลาย อ่อนลงต่อพระเจ้าและพูดว่า
มันเป็นไปได้อย่างไร...ที่ดิฉันเอง
สามารถมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าองค์ผู้อยู่สูงสุด
ในเมื่อพระองค์กับดิฉันต่าง
กันเหลือเกิน พระเจ้าทรงเป็นองค์อัศจรรย์!
|