“ความรัก...ใช้เวลา”
“ชีวิตของเราจะมีอีกสักกี่วัน”....
การนั่งลงคิดถึงประโยคแบบนี้เหมาะสำหรับ
ผู้ที่กำลังจะเกษียณจากงานหรือเริ่มเข้าสู่วัยชราเท่านั้นหรือไม่
โลกนี้เต็มไป
ด้วยความไม่แน่นอนที่บอกเราว่าอย่าได้เพลิดเพลินไป
การนั่งวางแผนสำหรับ
5
ปีหรือ 10 ปีข้างหน้าก็เป็นสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ และควรจะใคร่ครวญถึง
เรื่องความรักด้วย
ทำกับความรัก
เหมือนที่หมั่นรดน้ำพรวนดินให้ต้นงอกดอกงามมาเชยชม
ส่งกลิ่นหอม
ฟังแล้วก็ทำให้คิดว่าความรักนั้นต้องการการทนุถนอม การบำรุง
ดูแลเอาใจใส่
เส้นทางความรักของดิฉันกับพระเยซูใช้เวลาในการสร้าง ไม่ใช่
เสกหรือเนรมิต
ดิฉันจะระวังในการกระตุ้นความรักด้วยเหตุการณ์พิเศษหรือ
ความตื่นเต้น
และต้องการให้ตัวเองแน่ใจว่าไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร
จะไม่เลิกรักพระเยซู
มีคำเตือนที่กล่าวไว้ 3
ครั้งถ้านับไม่ผิด ในบทเพลงซาโลมอน โดยฝ่ายหญิง
กล่าวต่อกลุ่มคน/เพื่อนๆ
ว่า “บรรดาสตรีชาวเยรูซาเล็ม เรากำชับเจ้าว่า อย่า
ปลุกเร้าความรัก
แต่ปล่อยให้เป็นไปตามครรลองของมัน” ... ดิฉันคิดว่า
ถ้าความรักจะเกิดขึ้นตามเวลา
ตามทางของมันแล้ว ดิฉันกำลังใช้เวลาในชีวิต
ของดิฉันอย่างไรบ้างในขณะนี้
เวลานี้ ที่พระเจ้า พระเยซูทรงรักดิฉันเหลือเกิน
มีวันเวลาของดิฉันที่สุขสบายกับพระเยซูและมีเวลาที่ท้าทายให้ดิฉันออกมา
จากความกลัวและความสุขสบายนั้น
เพื่อเดินทางไปกับพระองค์ เรื่องรัก
ในบทเพลงซาโลมอนนั้นบอกให้รู้ว่าไม่ใช่เพียงในที่ที่ปลอดภัยเท่านั้นที่
ความรักจะงอกงาม
แต่ตลอดทางที่ขรุขระและลาดชันนั้น พระเยซูจะทรงอยู่
ด้วย จะไปด้วยกัน
และตลอดทางนั้นเองความรักก็งอกงามขึ้นอย่างแข็งแรงจริงๆ
เพื่อนหรือคนรอบข้างจะมีส่วนรับผิดชอบในความสัมพันธ์ของดิฉันกับพระเยซูหรือ
ไม่ใช่เลย แต่ดิฉันเองต่างหากต้องเป็นคนที่ตัดสินใจไปข้างหน้ากับพระเยซู
และ
แรงจูงใจจะต้องไม่ใช่เพราะผลประโยชน์ที่จะได้รับ เช่นความรอดหรือการอวยพร
แต่เพราะหลงรักองค์พระเยซูผู้ทรงงดงาม ผู้ที่ดิฉันต้องการจะใช้เวลาด้วย แม้ต้อง
ผจญความลำบาก เพราะรู้ีว่า์ทรงรอดิฉันอยู่ที่นั่นเพื่อดิฉัน
|