“ทำสิ่งที่ไม่เคยเรียน”
งานคือสิ่งที่ถูกสร้างออกมาจากเรา
อาจมาจากมือของเรา ความคิดของเรา
คำพูดของเรา การแสดงออกของเรา ซึ่งการดูผลงานของใครสักคนก็คงจะบอกได้
ว่าคนนั้นเป็นคนมีลักษณะอย่างไร
ดิฉันเองมีโอกาสได้เห็นว่าอะไรที่ดิฉันทำได้ดี
และอะไรที่ไม่เหมาะกับบุคลิกลักษณะของดิฉันก็เมื่อได้
“ลองทำ”
คนเรามักจะไม่นั่งมองว่าตัวเองมีลักษณะพิเศษอะไร
จะใช้เวลาในการเปรียบเทียบ
ตัวเองกับคนอื่นเสียมากกว่า ซึ่งแท้จริงแล้ว
แต่ละคนจะมีความพิเศษที่ต่างๆ กัน
และรู้ได้ว่ามันพิเศษก็เพราะว่ามันเฉิดฉายออกมา
ไม่ใช่เพราะมันดีกว่าใคร และเมื่อ
พบว่าตัวเองถนัดที่จะทำอะไรก็คงทำให้อยากจะเดินไปบนเส้นทางนั้น
การมองงานก็มีมากมายที่ดิฉันมองเห็น
มีงานประจำในระบบ มีงานอดิเรก งานระยะ
สั้น งานระยะยาว ซึ่งมีความท้าทายต่างกันไป
บางงานต้องการความรู้เฉพาะอย่าง
เช่นแพทย์หรือทนายความ แต่เท่าที่สังเกตก็คือ
การมีประสบการณ์ในการทำงาน
ไม่ว่าจะเป็นงานอะไร ก็จะได้รับการไว้วางใจเป็นพิเศษ
ส่วนงานที่จะเป็นคุณแม่
ประสบการณ์ก็ทำให้เรามั่นใจมากกว่าตอนที่อ่านในหนังสือเป็นแน่
หนังสือปัญญาจารย์
ถ้าใครได้อ่านแล้วก็จะพบว่ามีหลายครั้งหลายคราที่ผู้เขียนได้
กล่าวซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า
ให้พอใจกับการงานที่ได้ทำและทำให้เต็มที่ และจะโยงกลับ
ไปถึงความยำเกรงพระเจ้าอยู่เสมอ
นี่เป็นคำหนุนใจให้ดิฉันมีความกล้าหาญที่จะ
ทำงานที่เราทำอยู่ แม้ไม่เคยเรียนมาก่อน
โดยไม่ต้องจดจ่ออยู่ที่เรื่องความสำเร็จ
มากนัก แต่ให้มีใจที่ยำเกรงพระเจ้าเสมอไม่ว่าจะทำงานอะไร
เมื่อคิดว่าตัวเองจะทำได้หรือเปล่า
อย่างเช่น อยากเขียนหนังสือ จะทำได้หรือเปล่า
คำของท่านปัญญาจารย์ก็ทำให้ได้คิดตามว่า
ทุกสิ่งภายใต้ดวงอาทิตย์ก็อนิจจังไป
หมด ก็เลยบอกกับตัวเองว่า ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำด้วยความยำเกรงพระเจ้า
น่าจะเป็นแนวความคิดที่ดีที่สุดในเรื่องการทำงาน
|