
แบ่งปัน
Updated: 15-Jan-07
ภาระใจ
“ให้ชีวิตเหมือนลำธารไหลหลั่ง”
เมื่อดิฉันอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
3 ดิฉันจะต้องเลือกสาขาวิชาหลักที่ตัวเองอยากจะเรียนต่อไป ตาม
แผนเรียนแห่งชาติในสมัยนั้น
ในใจของดิฉันอยากจะเป็นผู้รับใช้พระเจ้ามาก แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่
เวลาของพระเจ้า
จนเวลาผ่านไป 10 ปี ดิฉันปรารถนาเหลือเกินที่จะได้เรียนเรื่องการนมัสการ
ในสมัยนั้นยังไม่มีโรงเรียนที่สอนเรื่องการนมัสการอย่างเฉพาะเจาะจงที่ตั้งอยู่ในประเทศ
มีพี่น้องมิชชันนารีจากองค์กรวายแวมได้มาเยี่ยมเยียนที่คริสตจักร คุณพ่อของดิฉันจึงถามพวกเขา
ถึงโรงเรียนการนมัสการ คุณพ่อก็ได้รับรายชื่อโรงเรียนมา
3 แห่งซึ่งอยู่ที่ต่างประเทศทั้งนั้น เหมือน
ว่าจะไม่มีความหวังสำหรับดิฉันเพราะค่าใช้จ่ายสูงมาก
หัวใจของดิฉันร้องต่อพระเจ้าว่า
ถ้าให้ดิฉันได้เป็นตัวกลางที่จะเป็นเจ้าภาพและเชิญใครก็ได้มาเปิด
โรงเรียนการนมัสการที่ประเทศไทยได้ไหม
เพราะเชื่อว่ามีคนไทยหลายคนที่อยู่ในสภาพอย่างดิฉัน
คือมีความปรารถนาแต่ไม่มีทุนทรัพย์
เวลา 6 ปีต่อมาก็ได้บุกเบิกมีโรงเรียนการนมัสการเกิดขึ้นจริงๆ
โดยการทรงนำของพระเจ้า ภายใต้หลักสูตรของมหาวิทยาลัยนานาชาติ
วายแวมโคน่า สหรัฐอเมริกา
หลักสูตรดังกล่าวเป็นหลักสูตรสั้นและดำเนินการสอนด้วยผู้สอนรับเชิญ
เป็นตรงตามที่ดิฉันได้เคย
ร้องต่อพระเจ้าไว้ แต่เนื่องจากบางครั้งโรงเรียนขาดผู้สอนในบางหัวข้อ
ทำให้ดิฉันและสามีผู้ดูแล
โรงเรียนก็ต้องลงมือทำเอง และด้วยเหตุนี้เอง
เหมือนว่าพระเจ้าทรงฝึกอบรมเราด้านการสอน
จำได้ว่าในช่วงแรกดิฉันรู้สึกกล้วมาก
แต่พระเจ้าทรงเล้าโลมและบอกในใจว่า “จงสอนจากประสบ-
การณ์ชีวิตที่เรียนรู้จากเรา”
มาเวลานี้ ดิฉันเริ่มมั่นใจและรักการพูดความจริงของพระเจ้าและเป็น
พยานฝ่ายพระองค์
เมื่อภาระใจหนึ่งถูกปลดปล่อยแล้ว
ก็มีอีกภาระใจหนึ่งเข้ามา ไม่ว่าการเปิดหลักสูตรสำหรับคน
ทำงาน ทำค่ายเด็กนมัสการ
เขียนหนังสือ และคงจะมีภาระใจได้เรื่อยๆ ไม่รู้จบ เพื่อจะเสาะหา
หนทางให้พระพรได้หลั่งไหลออกไป
ด้วยหัวใจที่อยากจะเห็นคนไทยนมัสการพระเจ้าในจิตวิญญาณ
และความจริง
เพื่อจะได้เห็นประเทศนี้ส่งคนออกไปถึงประเทศอื่นที่ยังไม่ได้นมัสการพระเจ้าในจิต-
วิญญาณและความจริง
และเพื่อวันสุดท้ายของโลกนี้จะจบลงด้วยการนมัสการจริงๆ ตามคำเขียน
ที่ว่า “ทุกหัวเข่าจะก้มกราบลงและยอมรับว่าพระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า”
Archive:
ตุลาคม-ธันวาคม |