
เพลง
Updated: 28-feb-07
การเขียนเพลง
“ตามภาษา”
ภาษาไทยเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกว่ามีความไพเราะเหมือนเป็นทำนองเพลง
เนื่องจากว่าเรา
มีเสียงสูงต่ำของวรรณยุกต์ที่ผันเสียงขึ้นลง ทำให้เกิดทำนองเมื่อเราเพียงแค่พูดเท่านั้น
แม้ว่าหลักการเขียนเพลงนั้นไม่มีอะไรที่เป็นกฎตายตัว
แต่ก็ดูเหมือนว่ามีสิ่งที่กำหนดทิศทาง
ของเพลงอยู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้บทเพลงมีความไพเราะเสนาะหูและน่าฟัง
สิ่งหนึ่งที่เราควรยอมรับและเรียนรู้คือเพลงนั้นจรรโลงใจของผู้ฟัง
ถ่ายทอดความรู้สึกอารมณ์
และเรื่องราว หากท่านมีภาระใจที่จะเขียนเพลงสรรเสริญนมัสการที่แตะต้องใจของผู้เชื่อ
และผู้ที่ไม่เชื่อ
ท่านควรยอมรับข้อนี้ก่อนว่า “ภาษา”
เป็นสิ่งที่เราสนใจมาก
เป็นเวลาของคนไทยที่จะต้องพัฒนาการเขียนเพลงมากขึ้นแล้ว
เนื่องจากเราชาวคริสเตียนไทย
กำลังสลัดทิ้งความไพเราะของภาษาท้องถิ่นตัวเองไปทีละน้อยอย่างไม่มีใครรู้ตัว
และอีกอย่าง
หากการฟังหรือการได้ยินทำให้เกิดความเชื่อจริง เราน่าจะเริ่มเขียนเพลงสรรเสริญนมัสการเพื่อ
การฟังที่ไม่จำเป็นต้องอ่านตัวหนังสือก่อนจึงจะเข้าใจได้ ได้ยินแล้วเข้าใจทันที
เริ่มจากสังเกตว่าภาษาของเราจะอยู่ในทำนองอย่างดีได้อย่างไร
ฝึกฝนหาใจความสำคัญ
ที่อยากพูดในเพลง ฝึกเรียบเรียงเนื้อเรื่อง (หรือเรียงความ)
ฝึกสร้างประโยค (ประธาน
กิริยา กรรม วิเศษณ์ คำแสดงความเป็นเจ้าของ)
แล้วให้ทำนองไหลขึ้นลงไปตามความ
สูงต่ำสั้นยาวของคำต่างๆ ถ้ายังไม่ไพเราะเท่าที่ควรก็ฝึกอีกจนกว่าจะทำได้
ดาวิดผู้แต่งสดุดีไพเราะของอิสราเอลได้กล่าวว่า “เพราะพระเจ้าทรงเป็นบทเพลงของ
ข้าพเจ้า”
เราจึงสามารถเขียนประสบการณ์ที่มีกับพระเจ้าอย่างคนไทยด้วย เขียนว่า
เรารัก
เคารพเทิดทูนพระองค์มากเพียงใดในฐานะคนไทย ให้ออกมาจากตัวแท้จริงของเรา
Archive:
ตุลาคม
พฤศจิกายน-ธันวาคม
มกราคม |