
เพลง
Updated: 18-Apr-07
การเขียนเพลง
“คำสัมผัส”
เพลงมากมายที่มีอยู่นั้น
ต่างก็มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของมันเอง ซึ่งจะเป็นที่ชอบ
พอใจของใครหรือไม่นั้นก็ไม่อาจบังคับกันได้
แต่ไม่ว่าเราจะชอบพอใจมากน้อยเพียง
ใด เราก็ยังสามารถเรียนรู้และสังเกตการเขียนจากผู้เขียนเพลงนั้นๆ
ได้
เราสามารถสังเกตการใช้คำวลีและประโยคที่แสดงความรู้สึก
เล่าเหตุการณ์เรื่องราว
และทั้งการเล่นคำคล้องจอง พ้องรูปพ้องเสียง
ที่ทำให้บทเพลงมีความโดดเด่น
มีเอกลักษณ์ และมีสัมผัส
การสัมผัสแบบไทยนั้นคนไทยเองก็มีความคุ้นเคยกันอย่างดี
มีความรู้สึกรื่นหูอย่าง
ธรรมชาติเมื่อได้ยิน นั่นเป็นเพราะตั้งแต่เด็ก
นักเรียนไทยทุกคนต่างก็จะได้เรียน
การเขียนและได้ยินทำนองของโคลง
กลอน ฉันท์ กาพย์ ซึ่งสามารถแยกเป็นประเภท
เช่น โคลงสี่สุภาพ กลอนแปด
กลอนสักวา และอื่นๆ อีก ทั้งภายในกลอนเองก็มี
สัมผัสใน สัมผัสนอก
สัมผัสเสียงสระ พยัญชนะ สัมผัสความหมาย
การสัมผัสแบบตะวันตกนั้นก็เป็นความไพเราะที่เราคุ้นเคยจากการฟังเพลงของชาว
ตะวันตก
สมัยนี้ มีนักเขียนเพลงต่างชาติบ้างที่ไม่รู้สึกว่าต้องติดอยู่กับใช้การสัมผัส
มากนัก
แต่ก็ยังเป็นที่รู้จักกันดีว่า สัมผัสแบบตะวันตก จะมีบังคับสัมผัสเสียงเดียวกัน
หรือใกล้เคียงกันของคำสุดท้ายในประโยคแรกกับประโยคที่สอง
และถ้าศึกษาในพระธรรมสดุดี
ก็จะได้เห็นการสัมผัสในแบบต่างๆ ของวัฒนธรรมฮีบรู
เช่น สัมผัสความหมายเหมือนประโยคที่หนึ่งกับประโยคที่สาม
ประโยคที่สองกับ
ประโยคที่สี่ สัมผัสความหมายตรงข้ามของคู่ประโยคแรกกับคู่ประโยคหลัง
เป็นต้น
ซึ่งไม่ว่าสัมผัสแบบใดก็ตามที่มีในโลกนี้ ต่างก็มีความสวยงามต่างกันไป
และยัง
ร่วมกับการสัมผัสที่จังหวะของดนตรีของแต่ละวัฒนธรรมตามมา
Archive:
ตุลาคม
พฤศจิกายน-ธันวาคม
มกราคม
กุมภาพันธ์-มีนาคม |