“มีแกน”
จริงๆ
แล้วการเขียนเพลงนั้นควรมีเสาหลักของการแตกออกของความหมาย
หลัก องค์ประกอบต่างๆ ออกมาจากที่เดียวกันจากเสาหลักนี้
มีคนเคย
อธิบายเปรียบเทียบเสาหลักนี้กับแกนต้นไม้ ที่เราจะเห็นวงปีของต้นขยาย
ออกมาจากวงที่เล็กที่สุดที่อยู่ตรงกลางของท่อนไม้
เพลงจะมีความหมายที่แข็งแรงเมื่อเราสร้างแกนของเพลง
ซึ่งเป็นเสาหลัก
ของเพลง ไม่ใช่เพียงคิดไปเรื่อยๆ ออกมารวมๆ กันเป็นเพลงเท่านั้น เพราะ
ถ้าเราทำเช่นนั้น
เพลงของเราอาจเลื่อนลอย ดูไม่แข็งเรง ดูไม่มีเป้าหมาย
แกนเพลงของเราจะเป็นที่มาของคำ
กลุ่มคำ ประโยค เรื่องราว การดำเนิน
เรื่อง การสรุป ซึ่งหมายความว่าถ้าเรามีแกนเพลงที่ไม่ชัดเจน
ทุกอย่างก็จะ
ไม่ชัดเจนตามกันไป แกนของเพลงสามารถมีขนาดของความเจาะจงตั้งแต่
กว้างๆ
และเล็กลงเรื่อยๆ จนถึงสามารถเจาะจงอย่างชัดเจน
ยกตัวอย่างเช่น
เพลงที่ไม่มีคำตอบ เพลงที่สร้างคำถามให้เราตอบเอง ก็จะ
มีขนาดของความเจาะจงที่กว้างเป็นแกนเพลง
ทำให้คำ กลุ่มคำ ประโยค
และอื่นๆ พูดอย่างกว้างๆ ได้ แต่ถ้าเป็นเพลงที่เจาะจงเช่นรักแม่
ที่ถูกกำหนด
ทั้งกิริยาและบุคคลก็ทำให้แกนเพลงแข็งแรงมาก และทำให้คำ
กลุ่มคำและ
อื่นๆ พูดเจาะจงแคบลงมามากกว่า
ความหมายของเพลงได้จากภาษาที่ใช้
ซึ่งเกิดจากการร้อยเรียงคำต่างๆ
เพื่อให้เกิดความหมาย ดังนั้น การหาแกนของเพลงให้ได้ก่อนนั้นก็ช่วย
ให้เราเขียนเพลงที่เต็มไปด้วยความหมายที่มีแกน ซึ่งทำให้ความหมาย
ของเพลงนั้นแข็งแรงและเข้มข้น
|