ฉบับ กุมภาพันธ์ 2010 - มีนาคม 2010  

s

 

ปี 2010 นี้ ดิฉันมีความปรารถนาจะนำผู้อ่านเข้าถึงความพิเศษของการนมัสการมากขึ้น
ตลอดสามปีของบทความได้วางพื้นฐานเรื่องความหมายของแต่ละสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลา
การนมัสการ คือ การขอบพระคุณ การสรรเสริญ และการนมัสการไว้เป็นภาพใหญ่แล้ว
บทความของเดือนธันวาคม
2009 เดือนพฤศจิกายน 2010 มุ่งไปที่มุมมองการนมัสการ
ในสายพระเนตรของพระเจ้ากัน เพื่อว่าเราทั้งหลายจะมีความเข้าใจการนมัสการไม่
เพียงตามประเพณีถือปฏิบัติ วัฒนธรรม รูปแบบสมัยนิยมเท่านั้น แต่สามารถจับความ
หมายพิเศษของการนมัสการในมุมมองของพระเจ้ากับมนุษย์จากนี้ไป



Section 2
เผ่าพันธุ์ ชนชาติ ภาษา
เขียนโดย บงกช ฮัดซัน

“สายพระเนตรของพระเจ้ามองมาเหนือบรรดาประชาชาติ และทั่วแผ่นดินโลกสรรเสริญ
และนมัสการพระองค์”
พระเจ้าทรงเกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์ ชนชาติ ภาษา ในด้านการ
อวยพร การปกครอง การช่วยกู้ การพิพากษา และการนมัสการ เมื่อความเข้าใจนี้ประทับ
ตราอยู่กับเรา เราก็สามารถพูดได้ว่าเรานมัสการพระเจ้าที่เรารู้จัก เรารู้จักพระองค์ผู้ทรง
เป็นผู้อวยพรเผ่าพันธุ์ ชนชาติ ภาษา พระองค์จะทรงปกครองอยู่เหนือบรรดาประชาชาติ
(สดด.
22:27) ความรอดและการช่วยกู้บรรดาประชาชาตินั้นมาจากพระองค์ และจะทรง
เป็นผู้พิพากษาโลก และทรงเป็นพระเจ้าที่สุดปลายแผ่นดินโลกจะต้องยำเกรงและ
นมัสการ (สดด.86:9)


หลังจากเหตุการณ์หอบาเบลแล้ว มีการแจกแจงให้เห็นการเริ่มต้นมีครอบครัวที่มีภาษา
ประจำของตน และด้วยหลายครอบครัวที่มีภาษาเดียวกันนี้แยกไปมีดินแดนของพวกเขา
และขยายจำนวนเป็นชนชาติหนึ่งๆ รูปแบบเช่นนี้จะถูกบ่อยครั้งในการบันทึกพระคัมภีร์
ทั้งยังมีการจารึกถึงชื่อพระต่างๆ ของดินแดนนั้นๆ ไว้ในชื่อว่ารูปเคารพ ซึ่งต่างจาก
พระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก (สดด.
96:5) เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทุกเชื้อชาติ
ทุกภาษา ทุกประเทศ (ดินแดน) บรรดาชนชาติทั้งสิ้นจะมาสรรเสริญนมัสการพระองค์
ด้วยความเกรงขามถึงความเป็นพระเจ้าอย่างแท้จริง



คริสเตียนจดจ่อกับการสรรเสริญนมัสการในมุมใด มุมที่เป็นเรื่องส่วนตัวในชีวิตประจำวัน
มุมที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับประเทศชาติ มุมที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับทุกๆ ชนชาติในโลก อันนี้เป็น
ธรรมชาติของการสรรเสริญนมัสการ เพราะว่าเราไม่อาจปฏิเสธได้เพราะพระเจ้าทรง
ยิ่งใหญ่ในทุกสิ่งตั้งแต่เล็กๆ จนใหญ่กว่าจะกำหนดได้ 



บางครั้งเราเริ่มต้นชีวิตแห่งการสรรเสริญนมัสการพระเจ้าตามที่พระคัมภีร์บอกว่าพระเจ้า
ทรงเป็นอย่างไร แล้วเริ่มมีความเข้าใจตามการเติบโตของความเชื่อไปตามธรรมชาติ
และตามการเปิดเผยจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ภายใน และบางครั้งเราก็เต็มที่ในการ
สรรเสริญนมัสการพระองค์เพราะว่าเราได้มีประสบการณ์จริงๆ เห็นแล้วว่าพระองค์ทรง
กระทำพระราชกิจของพระองค์ผ่านชีวิตของเราและผู้อื่นอย่างไรบ้าง



การเติบโตขึ้นในความเชื่อเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเข้าพบพระเจ้า เพราะผู้ที่จะเข้า
มาหาพระเจ้าก็ต้องมีความเชื่อว่าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่ คริสเตียนควรมีความเชื่อใน
คำกล่าวไม่ว่าผ่านทางคำพูดหรือบทเพลงเมื่อกำลังกล่าวคำสรรเสริญยกย่องชมเชย
พระเจ้า ควรเติบโตขึ้นในความเชื่อจนไม่มีอะไรทำให้หวั่นไหวในความเชื่อในมุมที่กว้าง
ใหญ่ไพศาลนี้ได้ด้วยว่า พระเจ้าทรงอวยพรประชาชาติผ่านทางเผ่าพันธุ์ พระองค์จะ
ทรงครอบครองชนชาติทั้งหลาย ความรอดและการช่วยกู้มาจากพระองค์เท่านั้น
จะทรงพิพากษาโลก และจะทรงเป็นที่นมัสการของบรรดาชนชาติทั้งสิ้นดังที่มีจารึก
ไว้ว่า เมื่อพระองค์เสด็จมา ทุกหัวเข่าจะคุกลงและทุกลิ้นจะยอมรับว่าพระองค์ทรง
เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า



หากเรามีความเข้าใจและเชื่อมั่นว่าพระเจ้าทรงเกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์ มันจะนำให้เรามา
ถึงการกล่าวคำสรรเสริญพระองค์ท่ามกลางชนชาติได้ เมื่อเราร้องเพลงสรรเสริญยกย่อง
ชมเชยพระองค์เราเต็มใจที่จะร้องเสียงดังที่ทำให้ชนชาติได้ยินได้ ไม่มีการพูดหรือการ
ร้องใดที่สัมผัสใจคนฟังได้เท่ากับการพูดหรือการร้องที่จริงใจ พระเจ้าจะทรงสัมผัสคนที่
ได้ฟังคำพูด ได้ยินคำร้องถึงพระลักษณะของพระองค์ที่จริงใจ กระทำให้ชนชาติทั้งหลาย
เกรงกลัวพระเจ้าได้ การพูดและร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าไม่ใช่แค่สิ่งที่ชาวอิสราเอล
กระทำกันในสมัยก่อนเท่านั้นแต่เป็นเราทุกคนที่เชื่อในพระองค์จะกล่าวสรรเสริญพระเจ้า
ท่ามกลางคนทั้งหลายเพราะพระองค์ทรงเป็นเช่นนั้นจริงๆ

 

 

 

เผ่าพันธุ์ ชนชาติ ภาษา สรรเสริญนมัสการพระเจ้า


“พระเจ้าคือใคร” ถ้าคุณตอบคำถามนี้ได้อย่างมั่นใจ คุณจะรู้ตัวเองว่าทำไมคุณจึงสรรเสริญ
และนมัสการพระองค์
ดิฉันมีหัวใจในด้านนมัสการเพื่อผู้นมัสการ ผู้นำนมัสการ นักดนตรีของ
พระเจ้า ผู้เขียนเพลงสรรเสริญนมัสการ และจะขอหนุนใจผู้ที่อยู่ในบทบาทต่างๆ นี้ให้ใช้
ความเป็นเผ่าพันธุ์ ชนชาติ ภาษาของคุณในการกล่าวหรือร้องถึงถ้อยคำสรรเสริญพระเจ้า
ท่ามกลางชนชาติของคุณ



ผู้นมัสการ....
ไม่ว่าคุณจะเชื่อพระเจ้ามากี่ปีแล้วก็ตาม นี่คือสิ่งที่คุณสามารถกระทำได้ท่ามกลางชน
ชาติของคุณ
“ลิ้นของข้าพระองค์จะกล่าวถึงความชอบธรรมของพระองค์ และจะกล่าว
ถึงคำสรรเสริญพระองค์วันยังค่ำ” สดด.
35:28

“ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ในหมู่ประชาชาติ ข้าพระองค์
จะร้องเพลงสรรเสริญพระองค์ท่ามกลางชนชาติต่างๆ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์
ใหญ่หลวงถึงฟ้าสวรรค์ และความซื่อสัตย์ของพระองค์ใหญ่หลวงถึงท้องฟ้า” สดด.
57:9-10

หลายครั้งที่เราจะใช้เพียงคำว่า “สรรเสริญพระองค์” เพื่อแสดงการสรรเสริญพระองค์
แต่หากว่าเรากล่าวรายละเอียดว่าเราสรรเสริญยกย่องชื่นชมอะไรบ้างเกี่ยวกับพระองค์
การทำเช่นนี้จะทำให้ชนชาติของคุณเข้าใจได้มากขึ้นกว่าแค่พูดคำว่า “สรรเสริญพระองค์”
เท่านั้น เช่นว่าเราสามารถกล่าวถึงความชอบธรรมของพระองค์ กล่าวถึงความดีความรัก
ของพระองค์ ลงไปชัดเจนเป็นต้น



ผู้นำนมัสการ....
“ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า มวลประชาชาติซึ่งพระองค์ทรงสร้างจะมากราบนมัสการต่อ
หน้าพระองค์ พวกเขาจะถวายพระเกียรติสิริแด่พระนามของพระองค์” สดุดี
86:9

เมื่อคุณนำประชากรของพระเจ้ามาสรรเสริญและนมัสการพระเจ้า คุณสามารถกล่าวคำ
สรรเสริญยกย่องพระเจ้า มากกว่าเพียงพูดคำว่า “สรรเสริญ สรรเสริญ จงสรรเสริญ
พระเจ้าเถิด” ไม่มีความผิดอะไรที่จะพูดเพื่อเตือนใจและเชิญชวนให้ประชากรของ
พระเจ้าหันมาร่วมกันสรรเสริญพระเจ้า นั่นเป็นเหตุให้มีคำหนึ่งที่ทำหน้าที่นั้น คือ
ฮาเลลูยา แปลว่า จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด แต่อย่าจบอยู่เพียงตรงนั้น ให้คุณกล่าว
ถ้อยคำที่สรรเสริญพระเจ้าออกมาด้วย เลือกใช้เพลงที่กล่าวถึงพระลักษณะของพระเจ้า
และที่สำคัญหากคุณพยายามเลือกใช้เพลงแปลให้น้อยลงและเลือกใช้เพลงท้องถิ่นที่
ชนชาติของคุณเองสามารถเข้าใจว่าพระเจ้าทรงเป็นอย่างไรได้ มันก็ช่วยการนำของ
คุณได้ไปกว่าครึ่ง แล้วคุณจะได้ยินและเห็นว่าเผ่าพันธุ์ ชนชาติ ภาษาทั้งสิ้นต่างถวาย
สรรเสริญพระเจ้าและเข้ามานมัสการพระองค์



นักดนตรีของพระเจ้า....
“จิตใจของข้าพระองค์มั่นคง ข้าพระองค์จะขับร้องและบรรเลงดนตรี จิตวิญญาณของ
ข้าพเจ้าเอ๋ย จงตื่นเถิด พิณใหญ่และพิณเขาคู่ จงบรรเลงเถิด ข้าพเจ้าจะปลุกรุ่งอรุณ”
สดุดี
57:7-8

หลายครั้งที่เราผู้เป็นนักดนตรีของพระเจ้าจะแสดงถึงความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่
นี้โดยการฝึกซ้อมทักษะความสามารถ ศึกษาค้นคว้า ฟังเพลงทั้งโลกที่มีอยู่เพื่อช่วยให้
เกิดการพัฒนาก้าวหน้า มากกว่าการได้พูดกับตัวเองว่า “จงบรรเลงดนตรีถวายพระเจ้านะ
จิตวิญญาณของข้าเอ๋ย”
ดิฉันอยากให้คุณตระหนักความเป็นเผ่าพันธุ์ ชนชาติ ภาษา
ของคุณประกอบกับการอวยพรที่ครอบครัวของคุณได้รับจากพระเจ้า หากการอวยพรนั้น
เป็นในด้านการเป็นนักดนตรี หากคุณสามารถถ่ายทอดความรู้สึกและแสดงออกถึงการ
สรรเสริญผ่านทางชิ้นดนตรีของชนชาติตัวเองได้ คุณก็มิได้กำลังพูดอยู่กับพระเจ้าเท่านั้น
แต่กำลังพูดกับชนชาติของคุณด้วย เพราะความผูกพันกับสิ่งที่เติบโตขึ้นในกลุ่มชาติของ
คุณนั้นมันมีเอกลักษณ์ มันไม่เหมือนชาติอื่น เสียงของชิ้นดนตรีของชนชาติใดๆ ต่างก็
จับใจชนชาตินั้นๆ เป็นสัจธรรม
มีคำสรรเสริญคำหนึ่งของภาษาฮีบรูที่มีความหมายชัดเจน
เพื่อนักดนตรีโดยเฉพาะ เพียงเสียงที่คุณสร้างขึ้นจากการดีดนิ้วของคุณลงบนเครื่องสาย
มันก็เป็นเสียงที่ถวายให้กับพระเจ้าแล้วโดยไม่จำเป็นต้องมีคำร้องใดใด เพราะว่ามันมา
จากจิตวิญญาณของคุณต่อพระเจ้า  ดังนั้น ขอให้พระคำข้อดังกล่าวเป็นที่หนุนใจคุณที่
จะเริ่มบรรเลงดนตรีจากจิตวิญญาณของคุณถวายให้กับพระเจ้าทั้งในยามอยู่ลำพังและ
ยามที่คุณกำลังปรนนิบัติตามบทบาทหน้าที่ที่พระเจ้าทรงอวยพรไว้ให้เป็นของคุณแล้ว



นักเขียนเพลง....
2 พงศ์กษัตริย์ 23:1  “...............นักแต่งสดุดีไพเราะของอิสราเอล...........”
ดิฉันรู้สึกชอบในคำแปลเช่นนี้ เพราะมันให้ความหมายพิเศษต่อผู้ที่เขียนเพลงถวาย
พระเจ้า ในข้อข้างต้นนี้กำลังกล่าวถึงกษัตริย์ดาวิดที่เรารู้จักชื่อเสียงเรียงนามของท่าน
ในผลงานศิลปะด้านนี้กันเป็นอย่างดี หากคุณสังเกตที่มาของบทเพลงที่ดาวิดเขียน
คุณจะเห็นว่าดาวิดมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าอย่างมาก ทุกเพลงออกมาในเวลาของ
ชีวิตจริงที่เจอเรื่องราวต่างๆ ซึ่งเขาให้พระเจ้าเข้ามามีบทบาทในชีวิตอยู่ตลอดเวลา

คำหนุนใจในวันนี้สำหรับคุณคือ คุณสามารถเป็นคนไทย(ชนชาติหนึ่ง)ผู้เขียนเพลง
สดุดีถวายพระเจ้าของอับราฮัม อิสอัค และยาโคบได้  คุณจะเป็นนักแต่งสดุดีไพเราะ
ของประเทศไทยได้อย่างที่ดาวิดเคยทำมาแล้วในชีวิตของเขา แต่เงื่อนไขก็คือว่าคุณ
จะเขียนหรือไม่ อะไรที่ทำให้คุณไม่มั่นใจ ถ้าเป็นความรู้ก็ให้ศึกษาเพิ่ม ถ้าเป็นทักษะก็
ให้ฝึกฝนเพิ่ม ถ้าขาดประสบการณ์ก็ให้ทำงานกับคนที่มีประสบการณ์ ถ้าเป็นความ
สัมพันธ์กับพระเจ้าก็ให้คุณเริ่มสร้างความสัมพันธ์กับพระเจ้าในแต่ละวัน พระองค์จะ
มาเยี่ยมเยียนคุณ


ความเป็นเผ่าพันธุ์ ชนชาติ ภาษาในตัวคุณกำลังบอกอะไรคุณบ้าง คุณเข้าใจหรือไม่
ว่าหากพระเจ้าทรงอวยพรเผ่าพันธุ์ของคุณให้มีความสามารถทางนี้แล้ว ทำไมคุณ
ไม่อวยพรชนชาติของคุณต่อไปอีกทอดหนึ่งด้วยการนำเขามาถึงการสรรเสริญ
นมัสการพระเจ้า หากพระเจ้าทรงกำหนดให้คุณเกิดเป็นชนชาตินี้แล้วคุณก็มีความ
เข้าใจชนชาตินี้ดีกว่าชนชาติอื่นจะเข้าใจได้ และหากภาษาของคุณจะทำให้การ
สื่อสารและแสดงออกถึงการสรรเสริญนมัสการของคนที่มีภาษาเดียวกับคุณสามารถ
ทำออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติของตัวเขาเอง เราจะไม่ใช้มันหรือ

ดิฉันประทับใจความตื่นตัวในการหนุนใจและจัดหาแหล่งการให้ความรู้แก่คนไทยที่
อยากเขียนประพันธ์หนังสือ เพื่อจะมีผู้เขียนหนังสือภาษาไทยมากขึ้น และเช่นเดียวกัน
ดิฉันอยากจะเห็นคนไทยเขียนเพลงสรรเสริญนมัสการจากความสัมพันธ์ของเขาเอง
ถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาของเขาเองเพื่อจะเห็นได้ว่าคนไทยก็รู้จักพระเจ้าและ
สรรเสริญนมัสการพระผู้สร้างจากความเป็นเผ่าพันธุ์ ชนชาติ ภาษาของเขาเอง



บงกช ฮัดซัน

 

 

 

 

 

คำถาม “เราจะแสดงความถ่อมใจได้อย่างไร?”


คำตอบ นี่ก็เป็นคำถามที่สามารถนำมาใช้เพื่อเข้าไปในของชนชาติได้ด้วย ต่อจากครั้ง
ที่แล้วที่เราเคยได้พูดถึงว่า พระเจ้าจะทรงมอบประชาชาติให้แก่ผู้ที่มีใจอ่อนสุภาพ(ถ่อมใจ)
และพระเยซูคริสต์ได้รับบรรดาประชาชาติเป็นของพระองค์ด้วยเหตุนี้เอง พระเยซูทรง
เป็นแบบอย่างแก่เราในเรื่องนี้ เราคงจำได้ว่าพระเยซูตรัสว่า “เราอ่อนสุภาพ...” (มธ.
11:29)
ถามว่าพระเยซูมีสิทธิอำนาจหรือไม่ก็ต้องตอบว่าแน่นอนพระองค์ทรงเป็นพระบุตร
ของพระเจ้า แต่พระองค์จะไม่ใช้สิทธิอำนาจกับเพื่อนพี่น้องมนุษย์แต่แสดงออกชัดเจน
กับผีมารซาตานหรือความคิดที่ขัดขวางแผนการช่วยกู้ให้รอดของพระบิดาในสวรรค์



ความถ่อมใจเกิดขึ้นที่ภายในก่อน ต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้าเราไม่อยู่เหนือพระเจ้า
และถ้อยคำของพระองค์ แม้แต่ในความรู้สึกหรือความคิดด้วย บางครั้งเราจะไม่รู้ตัวเลย
ว่าเรากำลังมีความหยิ่งกับพระเจ้า อย่างนี้เราแก้ไขได้คืออธิษฐานขอให้พระวิญญาณ
บริสุทธิ์ตรวจค้นภายในของเราและแจ้งให้เราได้รู้ตัวเพื่อการกลับใจใหม่
เราตรวจสอบ
ตัวเองได้ว่ามีความถ่อมใจมากน้อยเพียงไร เพราะนี่คือผลของฝ่ายวิญญาณที่มองเห็น
ได้เมื่อถูกแสดงออกมาสู่ภายนอกในการปฏิบัติต่อผู้อื่น ทั้งในคำพูด ท่าทางอากัปกิริยา
ที่แสดงถึงการให้เกียรติ การเห็นว่าผู้อื่นดีกว่าตัว(
1 เปโตร 5:5, ฟิลิปปี 2:3)

อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้เราเข้าใจว่าเรามีความถ่อมใจหรือไม่ก็คือเรามีความหยิ่งหรือไม่
เหมือนที่เรารู้ว่ามันไม่ใช่สีขาวเพราะว่ามันเป็นสีดำนั่นเอง เราคงเข้าใจความหยิ่งได้ง่าย
กว่าความถ่อมใจเพราะมีให้เห็นมากมายในสังคม ไม่ว่าจะในภาพยนตร์ เพลง สื่อต่างๆ
เหล่านี้ก็บรรจุบุคลิกของความหยิ่งไว้ให้เราได้เห็นอยู่เป็นนิจ


ดังนั้น ให้เราระวังเจ้าตัวความหยิ่งนี้ เพราะพระเจ้าทรงต่อสู้กับมัน แต่พระเจ้าจะทรง
ยกชูผู้ที่มีใจถ่อม ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่เราต้องการจะมีในชีวิตของเรา


บงกช ฮัดซัน



Previous Articles :

2009 ธันวาคม - 2010 มกราคม
2009 ตุลาคม - พฤศจิกายน
2009 สิงหาคม - กันยายน
2009 มิถุนายน - กรกฎาคม
2009 เมษายน - พฤษภาคม
2009 กุมภาพันธ์ - มีนาคม
2008 ธันวาคม - 2009 มกราคม
2008 ตุลาคม - พฤศจิกายน

2008 สิงหาคม - กันยายน

2008 มิถุนายน - กรกฎาคม



 

 

 

 

 
i
นมัสการ
เพลง
แบ่งปัน

 

Albums

ไหลลงมา (2001)

ข้าจะรักและบูชา (2004)

เหนือโลกา (2006)

Leadsheets